Visual note journey ให้ภาพเรียงร้อยเรื่องราว

Posted on
ผู้เขียน อรสา ขาวละออ

คอร์สใหม่ของเสมสิกขาลัย ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ทุกบทบาทหน้าที่มาแล้วจ้า ในความคิดเห็นของผู้เขียนคิดว่าเด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป สามารถเข้ามาเรียนรู้ใช้ทักษะนี้ได้ เพื่อช่วยให้การเรียนมีประสิทธิภาพ ในภาคส่วนของผู้ใหญ่ก็ทำให้การงานมีประสิทธิผล เมื่อวันที่ 24 – 25 มกราคม 2569 ได้มีโอกาสเข้าร่วมคลาส VISUAL NOTE JOURNEY กระบวนการจดบันทึกแบบใช้ภาพเป็นตัวนำทาง โดยจะใช้การวาดแบบ Doodle มาเป็นหนึ่งในเครื่องมือเพื่อช่วยให้การสื่อสารกระชับ ถูกประเด็น เข้าใจง่าย และจดจำแบบยาวนาน……..โดยครูพลอยแก้ว สาวผมยาว เสียงใส ใจดี

กิจกรรมโปรดของเด็กหลายๆ คน ก็น่าจะเป็นศิลปะการวาดรูประบายสีใช่ไหมค่ะ คลาสนี้จะนำพาพวกเราย้อนเวลากลับไปสู่วัยเด็กอีกครั้ง โดยเริ่มหัดวาดภาพแบบง่ายๆ ไม่กดดันตัวเอง จริงๆ แล้วการวาดภาพเป็นทักษะที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แล้วทักษะนี้ก็หยุดพัฒนาไปทันทีเมื่อเราเริ่มเรียนเขียนตัวอักษร ความเคยชินของการเขียน เข้ามาแทนที่ฝั่งของการวาดภาพ จะเห็นได้ว่าในชีวิตของการเรียน หรือการทำงาน ส่วนมากใช้การจดบันทึกเป็นตัวอักษรมากกว่า ในคลาสนี้จะมาฝึกจดบันทึก โดยใช้ภาพวาดเข้ามาเป็นส่วนประกอบ มาดูความสำคัญของภาพวาดกันก่อนนะคะ

ความสำคัญของภาพวาดตามหลักวิทยาศาสตร์

  1. สมองมนุษย์จัดลำดับความสำคัญของ “ภาพ” ไว้เหนือสิ่งอื่นใด มีการค้นพบว่าหลังผ่านไป 72 ชั่วโมง (3 วัน): การฟังข้อมูลเพียงอย่างเดียวจำได้ 10% ส่วนการฟังพร้อมดูภาพประกอบ: จำได้เพิ่มขึ้นเป็น 65% เพราะภาพไปกระตุ้นสมองส่วนความจำระยะยาวได้ดีกว่า
  2. สมองบันทึกความจำสองทาง โดยสมองประมวลผล “ภาพ” และ “ภาษา” แยกส่วนกัน เมื่อเราจดบันทึกเป็นทั้งภาพและภาษารวมกัน สมองจะสร้างรอยจดจำ (Memory Trace) ไว้สองที่ ทำให้ดึงข้อมูลกลับมาใช้ได้ง่ายขึ้น และไม่ค่อยลืม
  3. สมองประมวลผลภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อความต้องถูกอ่านทีละตัวอักษรตามลำดับ (ช้า) แต่ภาพถูกประมวลผลแบบ “ขนาน” คือเห็นองค์ประกอบทั้งหมด และเห็นความสัมพันธ์ได้ในเสี้ยววินาที (เร็ว) ช่วยลดอาการล้าของสมอง

หลักการทั้งหมดนี้จริงมาก หลังจากที่ครูพลอยแก้วเล่าเรื่องพร้อมวาดภาพประกอบ ทำให้ผู้เข้าอบรม สามารถเรียงร้อยเรื่องราวได้อย่างถูกต้องชัดเจน

มาถึงประเด็นสำคัญ เมื่อต้องใช้ภาพวาด แล้วจะวาดอย่างไรหล่ะ?

เราจะใช้การวาดแบบ Doodle (ดูเดิล) คือ การวาดภาพแบบอิสระ วาดลายเส้นเล่นไปเรื่อยๆ ตามจินตนาการและอารมณ์ โดยไม่เน้นความสวยงาม ไม่มีถูกไม่มีผิด แต่เราวาดเพื่อให้ข้อมูลนั้นสมเหตุสมผลและเข้าใจง่าย

แล้วที่นี้เราจะวาดอะไรเพื่อใช้ในการสื่อสาร?

ในชีวิตประจำวันสิ่งที่เราพูดถึงกันตลอดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องผู้คน สัตว์ วัตถุสิ่งของทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น รวมทั้งเครื่องหมายต่างๆ และความรู้สึกนึกคิด ครูพลอยแก้วให้หลักการสร้างภาพแบบง่ายๆ ก็คือหลักการ 3.2.1 (สาม สอง หนึ่ง) ย่อมาจาก Three Parts (People), Two Elements, One Meaning

ลองสังเกตดูนะคะ เกือบทุกสรรพสิ่งที่วาด จะมีรูปร่างแตกต่างกันไป เช่น วงกลม วงรี สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม เส้นขีด เส้นโค้ง เส้นเว้า เส้นประ ฯลฯ

หลักการสร้างภาพแบบง่ายๆ

1. หลักการสาม คือ ส่วนประกอบของคน 3 ส่วน (ที่ทำให้เกิดเป็นภาพคน)

1.1 หน้าคน ( Face) 🥸เราก็วาดจากรูปร่างได้เลย เช่นหน้ากลม มน เหลี่ยม รี จะใส่ผมเข้าไปเพิ่มก็ได้ ผมหยิก ผมตรง หรือไม่มีผม

1.2 อารมณ์คน (Feels) 🎭ใบหน้าที่แสดงอารมณ์ก็สำคัญ ทำให้ทราบได้ว่า คนๆ นั้นกำลังรู้สึกอย่างไร อารมณ์บนใบหน้าแสดงออกมาได้ทาง คิ้ว ตา ปาก อย่างเช่น รูปปากของคนที่ยิ้มมีความสุขเราก็วาดเส้นหงายขึ้น รูปปากของคนที่มีความทุกข์ก็วาดเส้นโค้งลงเป็นปากคว่ำ ในขณะที่วาดลองสังเกตอารมณ์ความรู้สึกของผู้วาดไปด้วยว่ารู้สึกสนุก มีอิสระในการวาดไหม

1.3 รูปร่าง และท่าทางของคน (Form & Action) มี 3 รูปแบบ

Bean = รูปร่างทรงโค้งมนคล้ายเมล็ดถั่ว🥜

Dome = รูปร่างทรงโดม🛖👻

Star = รูปร่างทรงดาว 🧚‍♀️

***หาตัวอย่างภาพวาดแบบdoodle ได้ทาง google และ doodle art นะคะ

2. หลักการสอง คือ วาดภาพสิ่งต่างๆ ที่อยู่บนโลกใบนี้ แบ่งได้เป็น 2 ส่วน

2.1 สิ่งของที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น เก้าอี้ โต๊ะ แก้วน้ำ รถไฟฟ้า ยานพาหนะ ฯลฯ

2.2 สิ่งของที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ภูเขา น้ำตก ต้นไม้ ดอกไม้ สัตว์ เป็นต้น

3. หลักการหนึ่ง คือ การนำภาพหรือสัญลักษณ์ 2 อย่าง หรือ 3 อย่าง มารวมกันจนเกิดเป็นความหมายขึ้นมาหนึ่งความหมาย โดยใช้สัญลักษณ์มาเป็นสื่อแทนคน แทนธรรมชาติ แทนสิ่งของ เช่น

Icon เป็นสัญลักษณ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนจดจำ เข้าใจได้ง่ายและรวดเร็ว โดยไม่ต้องอ่าน เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป เช่น ป้ายหน้าห้องน้ำชาย-หญิง🚻, สัญญาณWifi🛜, หรือสัญลักษณ์ห้ามทิ้งขยะ🚯

Metaphor เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายในเชิงเปรียบเทียบ ต้องใช้จินตนาการ การตีความจากสัญลักษณ์นั้นๆ เช่น คำว่าเชื่อมโยงอาจใช้ใยแมงมุม🕸️เป็นสัญลักษณ์ หรืออาจใช้รูปคนกำลังปีนหน้าผาแล้วมีรูปถ้วยรางวัลประกอบ 🧗‍♂️🏆 เพื่อสื่อ “ผลของความพยายาม” เป็นต้น

***ครูพลอยแก้ว แนะนำว่าควรทำสมุดคลังภาพDoodle ไว้ใช้เอง ลองหัดวาดในสมุด เวลาจำเป็นต้องใช้ภาพจะได้ไม่เสียเวลาคิด จับภาพจากที่เราเคยวาดมาใช้ได้เลย

ตอนนี้ก็มาถึงการนำการวาดแบบDoodle มาใช้ประกอบในเนื้อหาที่เราต้องการสื่อ ซึ่งเราจะเริ่มที่การจับประเด็นก่อน เมื่อจับประเด็นได้ถูกต้อง ก็ทำให้เลือกภาพวาดได้ตรงกับเนื้อหาที่ต้องการมากที่สุด

ใน 1ประโยคที่เราอ่านหรือพูด ส่วนใหญ่จะเจอน้ำ (เนื้อหาที่ไม่สำคัญ) ประมาณ 80% และเจอเนื้อ (เนื้อหาที่สำคัญมาก) ประมาณ 20% การจับประเด็นก็คือการจับเอาแค่เนื้อ เอาส่วนที่เป็นประเด็นสำคัญจริงๆ ของประโยคนั้นๆ ขึ้นมาใช้ ครั้งนี้จะมาเรียนรู้การจับประเด็นแบบง่ายๆ กันก่อนคะ

การจับประเด็น ไม่ใช่การจดทุกคำ

เปลี่ยนจาก “Passive Recording” (บันทึกตาม) เป็น “Active Processing” (คิดวิเคราะห์ตาม)

การฝึกหัดจับประเด็นหา Key point ของเรื่องเพื่อการคิดเป็นภาพ ล้วนต้องใช้การฝึกฝนจนเกิดเป็นทักษะที่ชำนาญ ลองหาสถานการณ์ต่างๆ มาทำเป็นแบบฝึกหัด เช่น ไปชมภาพยนตร์ที่มีความยาว

ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ จะกลับมาเล่าให้เพื่อนฟังภายใน 5 นาที โดยใจความสำคัญของเรื่องยังอยู่ครบได้อย่างไร หรือเราจะลองเป็นผู้ฟังเรื่องราวของผู้อื่นดูบ้าง แล้วหัดสรุปจับประเด็น วาดเป็นภาพขึ้นมา ในคลาสมีกิจกรรมสนุกสนาน ให้ได้ลองฝึกคิด ฝึกวาด

ทักษะนี้มีประโยชน์มากสำหรับวัยเรียน สามารถนำไปใช้ในการจดข้อมูลระหว่างเรียน หรือทำ Short note สรุปย่อเนื้อหาในหนังสือไว้เตรียมตัวสอบ นำภาพมาประกอบข้อความที่สำคัญทำให้จำได้ง่ายขึ้น น้องๆ สามารถวางรูปแบบภาพให้ถูกส่วน และระบายสีได้อย่างอิสระ ส่วนวัยทำงาน สามารถนำไปใช้ในที่ประชุมทำ Presentation นำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย กระตุ้นความ

สนใจของผู้ฟัง ผู้เขียนคิดว่าคอร์สนี้ เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นหนึ่งในกิจกรรมครอบครัว รวมตัวเพิ่มความรู้ และความสนุกสนาน ผสานความสัมพันธ์อย่างอบอุ่นคะ😍