Skip to main content
การอบรมสำหรับบุคคลทั่วไป ปี 2569

กระบวนกรเพื่อสร้างสรรค์การประชุม
เน้นการมีส่วนร่วมในองค์กร


ในทุกองค์กรไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ล้วนปฏิเสธไม่ได้ว่า การประชุมคือพื้นที่สำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงและขับเคลื่อนงานขององค์กรให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่ปัญหาสำคัญที่เรามักจะพบ ก็คือ… การประชุมที่ควรจะช่วยให้งานเดินหน้า กลับกลายเป็นพื้นที่ที่ทุกคน “พูดในสิ่งที่ตัวเองคิด แต่ไม่มีใครได้ยินกันจริง ๆ” บางคนเงียบ บางคนพูดมาก บางคนยึดความคิดตัวเองจนถอยไม่ได้ ขณะที่ความขัดแย้งเดิม ๆ วนกลับมาเหมือนเดิมทุกครั้ง จนสุดท้ายการประชุมจบลงด้วยมติบางอย่าง แต่ ปัญหาจริงยังไม่ได้ถูกแตะต้อง หลักสูตร “กระบวนกรเพื่อสร้างสรรค์การประชุม” จึงถูกออกแบบขึ้นสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนการประชุมจากพื้นที่ของการโต้แย้งและเอาชนะ ให้กลายเป็นพื้นที่ที่ความแตกต่างสามารถถูกนำมาใช้สร้าง “ทางออก” ร่วมกันได้

เพราะการประชุมที่ดีไม่ได้เกิดจากการมีวาระที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีคนที่เข้าใจ “พลวัตของผู้คน” และสามารถประคองความแตกต่าง ความรู้สึก ความขัดแย้ง และอัตตาของแต่ละคนให้อยู่ร่วมกันได้ กระบวนกรจึงต้องทำงานทั้ง “ข้างนอก” และ “ข้างใน” — ฝึกความมั่นคงภายในของตัวเอง พร้อมเรียนรู้ศิลปะในการฟัง เชื่อมโยง ตั้งคำถาม และคลี่คลายความติดตัน เพื่อพากลุ่มจาก “ฉันคิดอย่างนี้” ไปสู่ “เราจะสร้างทางออกอะไรด้วยกันได้บ้าง” ผ่านการเรียนรู้เรื่องการแสวงหาข้อตกลงร่วมอย่างสร้างสรรค์ การคลี่คลายความขัดแย้งด้วยใจกรุณา และการดำเนินการประชุมเพื่อเข้าไปถึงรากของปัญหาเรื้อรังอย่างลึกและรอบด้าน

นี่จึงไม่ใช่หลักสูตรสำหรับคนที่อยาก “ควบคุมห้องประชุมให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน” แต่เหมาะกับคนที่ต้องทำงานท่ามกลางความซับซ้อนของผู้คนและอยากทำให้ความแตกต่างกลายเป็นพลัง—ไม่ว่าจะเป็น ผู้นำองค์กร ผู้บริหาร HR กระบวนกร วิทยากร ผู้จัดการทีม นักพัฒนาองค์กร หรือคนที่ต้องพาทีมตัดสินใจและแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะเมื่อการประชุมไม่ใช่แค่การหาข้อสรุป แต่เป็นพื้นที่ที่ทุกเสียงได้ถูกฟัง ความขัดแย้งได้รับการคลี่คลาย และผู้คนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของทางออกร่วมกัน การประชุมก็ไม่ได้แค่ “จบ” แต่สามารถทำให้งานและความสัมพันธ์เดินหน้าต่อไปได้จริง


หมายเหตุ

✓ การอบรมนี้มีประกาศนียบัตรมอบให้ (สำหรับผู้ที่เข้าอบรมครบทุกวัน)


  • วันที่อบรม

    DATE

    อบรมจํานวน 3 ครั้ง (เต็ม) ได้แก่

    1. จากความแตกต่างหลากหลายและความติดตันสู่การแสวงหาข้อตกลงร่วมอย่างสร้างสรรค์
      วันที่ 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569
    2. การคลี่คลายความขัดแย้งด้วยใจกรุณา
      วันที่ 4-6 กันยายน 2569
    3. การดำเนินการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาเรื้อรังอย่างลงลึกและรอบด้าน
      วันที่ 2-4 ตุลาคม 2569

    ลงทะเบียนวันแรก เวลา 8.00 น.
    เวลาทำกิจกรรม 8.30 – 17.30 น.

  • เนื้อหาการอบรม

    CONTENT
  • หลักสูตรที่ 1

    จากความแตกต่างหลากหลายและความติดตันสู่การแสวงหาข้อตกลงร่วมอย่างสร้างสรรค์

    มนุษย์เราเมื่อต้องใช้ชีวิตเพื่อเป็นอยู่และทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับครอบครัว หน่วยงานองค์กรไปจนถึงระดับสังคม ล้วนจะต้องทำความรับรู้เข้าใจมุมมองความเห็นรวมถึงความต้องการของกันและกันเพื่อนำไปสู่การแสวงหาข้อตกลงร่วมกัน อย่างสร้างสรรค์และพอจะเป็นที่ยอมรับกันได้ บนความจริงที่ว่า เราแต่ละคนล้วนมีความเห็น มุมมอง บุคลิกภาพ ความต้องการและการให้ความสำคัญที่แตกต่างหลากหลาย

    ดังนั้นในชีวิตประจำวันเอาเข้าจริงเรากลับพบว่า เป็นเรื่องที่แสนยากที่จะคุยกันตรงไปตรงมาให้รู้เรื่องว่า ตกลงเราจะเอาอย่างไรกันแน่ท้ายสุดมักจบด้วยข้อสรุปที่ไม่เป็นที่ยอมรับกันทุกฝ่ายและมีอารมณ์คั่งค้างกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งและปัญหาความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความน่าเบื่อเมื่อเวลาต้องพูดคุยประสานงานกัน และส่งผลต่องานในที่สุด การอบรมชุดนี้จะมาทำความเข้าใจว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น และจะมีวิถีทางทำอย่างไรได้บ้างในการแสวงหาข้อตกลงร่วมกัน

  • เนื้อหาการอบรม

    1. เพราะอะไรเราจึงคุยกันให้รู้เรื่องได้ยาก(เข้าใจและหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับกันได้ยาก)
      • สืบค้นสิ่งเร้นลับภายในของคนที่เป็นกับดักทำให้เรามักเชื่อว่า เราถูก คนอื่นผิด (คนอื่นต้องฟังและต้องปรับตามเรา)
      • เหตุผล หลักการ รวมถึงความคิดความเชื่อต่างๆที่เราชอบอ้างถึงเพื่อความถูกต้องสมเหตุสมผลในการตัดสินใจใดๆนั้น “อาจจะ” ถูกประดิษฐ์สร้างเพื่อรับใช้สิ่งเร้นลับที่อยู่ลึกภายใน มากกว่าจะถูกใช้เพื่ออธิบายความจริงหรือความเหมาะสมตามเนื้อผ้าของเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ
      • เงื่อนไข โครงสร้าง วัฒนธรรม สถานภาพที่เป็นลำดับชั้นหรือตำแหน่งแห่งที่เราต่างยึดติดสำคัญมั่นหมายทั้งในระดับครอบครัว องค์กรและสังคม
      • ข้อจำกัดในการรับรู้ความเป็นจริงของทุกฝ่าย ซึ่งนำไปสู่มุมมอง ความคิดความเชื่ออันผิดพลาดและคับแคบ
      • คำพูด วิธีการสื่อสาร รวมถึงท่าทีที่กระตุกกระตุ้นให้อีกฝ่ายประทุอารมณ์จนปิดกั้นการรับฟัง
      • การขาดทักษะสำคัญในการสร้างพื้นที่พูดคุยที่นำไปสู่ข้อตกลงที่ยอมรับร่วมกันได้
      • อุปสรรคหรือข้อจำกัดอื่นอันน่าปวดหัวที่ล้อมกรอบชวนให้บรรยากาศการประชุมพูดคุยที่สร้างสรรค์ถูกทำลายลง
    2. วิธีการรับมือกับเหตุปัจจัยที่กล่าวถึงใน ข้อ 1)
    3. ทักษะสำคัญและการผสมผสานทักษะต่างๆในการดำเนินการประชุมพูดคุย
    4. ฝึกฝนการดำเนินการประชุมพูดคุยจริง และสรุปบทเรียนจากการฝึกฝน
      .
  • หลักสูตรที่ 2

    การคลี่คลายความขัดแย้งด้วยใจกรุณา

    ปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นมากมายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาระหว่างบุคคล ระหว่างกลุ่มคนภายในองค์กร รวมไปถึงในครอบครัว ที่สำคัญคือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของเราเอง ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่เราไม่สามารถจะคลี่คลายหรือหาวิธีการจัดการกับความขัดแย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่ก็กลัวและหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับความขัดแย้งเหล่านั้น นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ความขัดแย้งลุกลามและหมักหมมจนยากที่จะแก้ไขเยียวยา

    การอบรม “คลี่คลายความขัดแย้งด้วยใจกรุณา” จะทำให้เรามองความขัดแย้งได้รอบด้านมากขึ้น พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนความขัดแย้งไปสู่การเรียนรู้และเติบโตภายใน พร้อมทั้งสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่มักนำไปสู่ความขัดแย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • เนื้อหาการอบรม

    1. ความหมายของความขัดแย้ง ความขัดแย้งทำงานอย่างไร ส่งผลกระทบอย่างไรต่อผู้คน งาน และความสัมพันธ์ในกลุ่มองค์กร
    2. เหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดความขัดแย้งและการให้อาหารหล่อเลี้ยงความขัดแย้งให้มีความเข้มข้นรุนแรงและขยายวงลุกลาม (วิเคราะห์ทั้งปัจจัยภายในของคน และปัจจัยภายนอกที่รายล้อมกลุ่มคนให้ขัดแย้งกันได้ง่ายและฝังเป็นรากลึก ซึ่งยากที่จะบรรเทาเยียวยาให้ดีขึ้น)
    3. ความเข้าใจเรื่องตัวตน(อัตตา)ในฐานะเหตุรากเหง้าของความขัดแย้งแตกแยกกัน
    4. การจัดการความขัดแย้งด้วยอำนาจเหนือและความรุนแรง และการจัดการความขัดแย้งด้วยการหลีกเลี่ยงกลบเกลื่อนความขัดแย้งนำไปสู่การขยายตัวของความขัดแย้งได้อย่างไร
    5. หลักการและทัศนคติสำคัญที่ควรวางให้ถูกต้องเหมาะสมต่อความขัดแย้ง
    6. ศาสตร์และศิลป์ในการคลี่คลายความขัดแย้งในแนวทางสันติวิธีและการใช้อำนาจร่วม
      • รูปแบบต่างๆของแนวทางสันติวิธีในการคลี่คลายความขัดแย้ง
      • รายละเอียดหลักการสำคัญของกระบวนการเจรจากลุ่มที่มีความขัดแย้งเรื้อรังมานาน
      • รายละเอียดหลักการสำคัญของการทำหน้าที่ของกระบวนกรในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง
      • การฝึกฝนทักษะสำคัญของกระบวนกรเพื่องานไกล่เกลี่ย
  • หลักสูตรที่ 3

    การดำเนินการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาเรื้อรังอย่างลงลึกและรอบด้าน

    เป็นการฝึกฝนการดำเนินการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากจำเจจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง โดยจะมุ่งเน้นผลลัพธ์ไปสู่การหาทางออกจากปัญหาอย่างยั่นยืนที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน
  • เนื้อหาการอบรม

    1. เพราะอะไรการประชุมร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาหน่วยงานหรือองค์กรจึงมักไม่ประสบผลสำเร็จ มีแนวโน้มยืดเยื้อ วกวน ได้ข้อสรุปไม่ชัดเจนหรือไม่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน
      • การติดกับดักของการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นที่ไม่ครบถ้วน ไม่ลงลึกรอบด้าน การให้ข้อมูลที่พร่ามัวหรือย้อนแย้งไม่ตรงกัน
      • การขาดทักษะในการดำเนินการประชุมเพื่อนำไปสู่ การวางขอบเขตของปัญหาที่ชัดเจน การสำรวจสืบค้นสาเหตุอันเชื่อมโยงลงไปสู่สาเหตุระดับรากเหง้า การวางขอบเขตที่ชัดเจนของผลลัพธ์ของการแก้ไขปัญหา การหาทางออกจากปัญหาอย่างสร้างสรรค์และสอดคล้องสัมพันธ์กับสาเหตุที่แท้จริง
        • ขาดทักษะการตั้งคำถามกลุ่มเพื่อสืบค้นลงลึกและรอบด้าน
        • ขาดทักษะการจัดวางประเด็นการแลกเปลี่ยนอย่างเชื่อมโยงเป็นระบบ
        • ขาดทักษะการสรุปประเด็นแลกเปลี่ยนที่คมชั
        • ขาดทักษะการบันทึกข้อมูลและข้อสรุปอย่างชัดเจนเป็นระบบเพื่อใช้อ้างอิงในการประชุม
        • ขาดทักษะการจัดการอารมณ์ที่ประทุขึ้นจากความเห็นที่ขัดแย้งกัน เป็นต้น
      • อุปสรรคและข้อจำกัดอื่นที่ลดทอนประสิทธิภาพและบรรยากาศการประชุมที่สร้างสรรค์ ซึ่งมักนำไปสู่ความอึดอัด ไม่ปลอดภัยและน่าเบื่อที่ต้องประชุมร่วมกัน
    2. หลักการสำคัญและศิลปะในการประชุมพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดและวางขอบเขตของปัญหา การสำรวจสืบค้นสาเหตุที่ลงลึกและรอบด้าน การวางผลลัพธ์ที่ต้องการร่วมกัน การแสวงหาทางออกที่สร้างสรรค์
    3. การฝึกฝนทักษะต่างๆที่จำเป็นต่อการดำเนินการประชุม(อ้างอิงสัมพันธ์กับการขาดทักษะต่างๆที่กล่าวถึงใน ข้อ 1)
      .

  • กระบวนการ

    PROCESS

    ใช้กิจกรรมผ่านประสบการณ์ตรงที่หลากหลาย เช่น กิจกรรมหรือเกมเพื่อการเรียนรู้ ละครสั้น บทบาทสมมุติ การบรรยายเฉพาะเนื้อหาที่เป็นหลักการสำคัญ การพูดคุยกลุ่มย่อย การรวมกลุ่มอย่างไม่เป็นทางการเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องบทเรียนต่างๆ

  • ลงทะเบียน

    FEE

    บริจาคเพื่อลงทะเบียนร่วมกิจกรรม ท่านละ 16,000 บาท
    รับจำนวน 36 ท่าน


วิธีการบริจาคร่วมกิจกรรม

***ขอความกรุณาพิจารณาความพร้อมในการเข้าร่วมกิจกรรมให้มั่นใจก่อนดำเนินการโอนเงิน เนื่องจากมูลนิธิฯเป็นองค์กรสาธารณกุศลจึงไม่สามารถคืนเงินได้ ในทุกกรณี***


1. สแกน QR e-donation
(ไม่มีใบเสร็จ)

# สำหรับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา #

หมายเหตุ: สำหรับการบริจาคผ่านช่องทางนี้ ท่านจะไม่ได้รับใบเสร็จรับเงิน เนื่องจากข้อมูลการบริจาคจะถูกส่งเข้าสู่ระบบ e-Donation ของสรรพากรโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ ขอความกรุณาเก็บหลักฐานการโอนเงิน (สลิปการโอน) ไว้เป็นหลักฐานในการอ้างอิงหรือยืนยันข้อมูลการบริจาค หากมีความจำเป็นในภายหลัง


2. โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร
(ได้รับใบเสร็จ)

# สำหรับผู้ที่ต้องการออกใบเสร็จในนามนิติบุคคลหรือชื่อบุคคลอื่น (ไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้) #

ธนาคารไทยพาณิชย์
ประเภทออมทรัพย์ สาขาเจริญนคร
ชื่อบัญชี มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป
บัญชีเลขที่ 024 – 2 52441 – 2


3. แบ่งยอดการบริจาค

# โปรดสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ #

  • Tel. 086 327 7792, 099 453 8836, 086 305 3011
  • Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
  • Line: @semsikkha
  • Facebook: semsikkha

4. เช็ค

สั่งจ่าย มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป


หมายเหตุ

  • การยกเลิกเข้าร่วมกิจกรรม
    ผู้ที่ประสงค์ยกเลิกการเข้าร่วมกิจกรรมหรือการอบรม ทางองค์กรขอเรียนแจ้งว่า ไม่สามารถคืนเงินบริจาคร่วมกิจกรรมได้ในทุกกรณี เนื่องจากเสมสิกขาลัยเป็นองค์กรสาธารณกุศล โดยเงินบริจาคดังกล่าวถือเป็นการร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการสร้างสรรค์กิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป
  • ใบเสร็จรับเงิน
    ใบเสร็จรับเงินจากการร่วมกิจกรรมจะระบุรายการเป็น "บริจาคเพื่อค่าใช้จ่ายการดำเนินงานทั่วไป" ไม่สามารถออกใบเสร็จเป็น "ค่าลงทะเบียนอบรม" ได้ เนื่องจากเสมสิกขาลัยเป็นองค์กรสาธารณกุศล

  • การแบ่งชำระเงินบริจาค
    ผู้เข้าร่วมสามารถแบ่งชำระเงินบริจาคเพื่อร่วมกิจกรรมได้ตามความเหมาะสม โดยสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

  • อาหารระหว่างการอบรม
    กิจกรรมและการอบรมส่วนใหญ่มีบริการอาหารว่างในช่วงเช้าและช่วงบ่าย โดย ไม่มีบริการอาหารกลางวัน เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีร้านอาหารหลากหลายให้ผู้เข้าร่วมเลือกรับประทานได้ตามความสะดวก

    ยกเว้นในบางหลักสูตร เช่น "เผชิญความตายอย่างสงบ" ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมได้รวม อาหารครบ 3 มื้อ และค่าที่พัก ไว้เรียบร้อยแล้ว

  • การยกเลิกการจัดกิจกรรม
    หากกิจกรรมหรือการอบรมใดมีจำนวนผู้สมัครยืนยันเข้าร่วมต่ำกว่า 50% ของจำนวนที่กำหนด เสมสิกขาลัยขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการจัดกิจกรรมนั้น เนื่องจากจำนวนผู้เข้าร่วมเป็นปัจจัยสำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ หากมีการยกเลิก เสมสิกขาลัยจะแจ้งให้ผู้สมัครทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือน


สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Tel. 086 327 7792, 099 453 8836, 086 305 3011
email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
facebook: semsikkha
line: @semsikkha