Skip to main content

หลักสูตร Public & In-House


ฝึกทักษะกระบวนกรเพื่อสร้างสรรค์การประชุม



คุณเคยเจอประชุมที่อึดอัด ยืดเยื้อ ไร้ข้อสรุป ใช่ไหม?

หลายครั้งมีเพียงไม่กี่คนที่ตัดสินใจ ขณะที่คนอื่นไม่มีส่วนร่วม

ถึงเวลาสร้างการประชุมที่เปลี่ยนบรรยากาศจาก “น่าเบื่อ” เป็น “สร้างสรรค์” เรียนรู้วิธีจัดประชุมที่นำไปสู่ข้อตกลงร่วม แก้ปัญหาเรื้อรัง และสรุปผลอย่างมีพลัง ใช้ได้ทั้งในครอบครัว องค์กร และชุมชน เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างแท้จริง



  • เกริ่นนำ

    Introduction

    ในชีวิตการทำงาน คงหนีไม่พ้นการประชุม และบ่อยครั้ง ที่การประชุมเต็มด้วยความอึดอัด น่าเบื่อ เยิ่นเย้อ หาข้อสรุป-มติไม่ได้ บางครั้งมีผู้พูดคุย ตัดสินใจแค่เพียงบางคน เรียกได้ว่า ไม่ได้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทำให้หลายๆครั้งเช่นกันเมื่อได้บทสรุปจากที่ประชุมแล้วแต่ไม่ได้นำกลับไปปฏิบัติอย่างแท้จริง

    เสมสิกขาลัย จึงจัดชุดการอบรม “กระบวนกรเพื่อสร้างสรรค์การประชุมที่เน้นการมีส่วนร่วมในองค์กร” เพื่อสร้างบุคลากรที่สามารถเป็นผู้นำในการจัดการประชุมแสวงหาข้อตกลงร่วมอย่างสร้างสรรค์ แก้ปัญหาเรื้อรังอย่างลงลึกและรอบด้าน ประเมินผลการทำงาน สรุปบทเรียนอย่างมีส่วนร่วม ทั้งในครอบครัว องค์กร และชุมชน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมจากผู้เข้าร่วมประชุมอย่างแท้จริง

    การอบรมนี้เหมาะสำหรับบุคคลหรือองค์กรต่างๆ ที่สนใจกระบวนการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนแปลงตนเอง และสังคม การทำงานเป็นเครือข่าย และต้องการพัฒนาทีมบุคคลากรให้สามารถสร้างสรรค์การประชุมที่เน้นการมีส่วนร่วมได้

  • วัตถุประสงค์

    Objective
    1. สร้างให้เกิดทีมกระบวนกรที่สามารถสร้างสรรค์การประชุมที่เน้นการมีส่วนร่วมในองค์กร
    2. สร้างให้เกิดกระบวนกรที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำในการจัดการประชุมแสวงหาข้อตกลงร่วมอย่างสร้างสรรค์ แก้ปัญหาเรื้อรังอย่างลงลึกและรอบด้าน ทั้งในครอบครัว องค์กร และชุมชน
  • เนื้อหา

    Content

    หลักสูตรที่ 1

    จากความแตกต่างหลากหลายและความติดตันสู่การแสวงหาข้อตกลงร่วมอย่างสร้างสรรค์

    มนุษย์เราเมื่อต้องใช้ชีวิตเพื่อเป็นอยู่และทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับครอบครัว หน่วยงานองค์กรไปจนถึงระดับสังคม ล้วนจะต้องทำความรับรู้เข้าใจมุมมองความเห็นรวมถึงความต้องการของกันและกันเพื่อนำไปสู่การแสวงหาข้อตกลงร่วมกัน อย่างสร้างสรรค์และพอจะเป็นที่ยอมรับกันได้ บนความจริงที่ว่า เราแต่ละคนล้วนมีความเห็น มุมมอง บุคลิกภาพ ความต้องการและการให้ความสำคัญที่แตกต่างหลากหลาย

    ดังนั้นในชีวิตประจำวันเอาเข้าจริงเรากลับพบว่า เป็นเรื่องที่แสนยากที่จะคุยกันตรงไปตรงมาให้รู้เรื่องว่า ตกลงเราจะเอาอย่างไรกันแน่ท้ายสุดมักจบด้วยข้อสรุปที่ไม่เป็นที่ยอมรับกันทุกฝ่ายและมีอารมณ์คั่งค้างกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งและปัญหาความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความน่าเบื่อเมื่อเวลาต้องพูดคุยประสานงานกัน และส่งผลต่องานในที่สุด การอบรมชุดนี้จะมาทำความเข้าใจว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น และจะมีวิถีทางทำอย่างไรได้บ้างในการแสวงหาข้อตกลงร่วมกัน

    เนื้อหาการอบรม

    1. เพราะอะไรเราจึงคุยกันให้รู้เรื่องได้ยาก(เข้าใจและหาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับกันได้ยาก)
      • สืบค้นสิ่งเร้นลับภายในของคนที่เป็นกับดักทำให้เรามักเชื่อว่า เราถูก คนอื่นผิด (คนอื่นต้องฟังและต้องปรับตามเรา)
      • เหตุผล หลักการ รวมถึงความคิดความเชื่อต่างๆที่เราชอบอ้างถึงเพื่อความถูกต้องสมเหตุสมผลในการตัดสินใจใดๆนั้น “อาจจะ” ถูกประดิษฐ์สร้างเพื่อรับใช้สิ่งเร้นลับที่อยู่ลึกภายใน มากกว่าจะถูกใช้เพื่ออธิบายความจริงหรือความเหมาะสมตามเนื้อผ้าของเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ
      • เงื่อนไข โครงสร้าง วัฒนธรรม สถานภาพที่เป็นลำดับชั้นหรือตำแหน่งแห่งที่เราต่างยึดติดสำคัญมั่นหมายทั้งในระดับครอบครัว องค์กรและสังคม
      • ข้อจำกัดในการรับรู้ความเป็นจริงของทุกฝ่าย ซึ่งนำไปสู่มุมมอง ความคิดความเชื่ออันผิดพลาดและคับแคบ
      • คำพูด วิธีการสื่อสาร รวมถึงท่าทีที่กระตุกกระตุ้นให้อีกฝ่ายประทุอารมณ์จนปิดกั้นการรับฟัง
      • การขาดทักษะสำคัญในการสร้างพื้นที่พูดคุยที่นำไปสู่ข้อตกลงที่ยอมรับร่วมกันได้
      • อุปสรรคหรือข้อจำกัดอื่นอันน่าปวดหัวที่ล้อมกรอบชวนให้บรรยากาศการประชุมพูดคุยที่สร้างสรรค์ถูกทำลายลง
    2. วิธีการรับมือกับเหตุปัจจัยที่กล่าวถึงใน ข้อ 1)
    3. ทักษะสำคัญและการผสมผสานทักษะต่างๆในการดำเนินการประชุมพูดคุย
    4. ฝึกฝนการดำเนินการประชุมพูดคุยจริง และสรุปบทเรียนจากการฝึกฝน
      .

    หลักสูตรที่ 2

    การดำเนินการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาเรื้อรังอย่างลงลึกและรอบด้าน

    เป็นการฝึกฝนการดำเนินการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากจำเจจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง โดยจะมุ่งเน้นผลลัพธ์ไปสู่การหาทางออกจากปัญหาอย่างยั่นยืนที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน

    เนื้อหาการอบรม

    1. เพราะอะไรการประชุมร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาหน่วยงานหรือองค์กรจึงมักไม่ประสบผลสำเร็จ มีแนวโน้มยืดเยื้อ วกวน ได้ข้อสรุปไม่ชัดเจนหรือไม่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน
      • การติดกับดักของการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นที่ไม่ครบถ้วน ไม่ลงลึกรอบด้าน การให้ข้อมูลที่พร่ามัวหรือย้อนแย้งไม่ตรงกัน
      • การขาดทักษะในการดำเนินการประชุมเพื่อนำไปสู่ การวางขอบเขตของปัญหาที่ชัดเจน การสำรวจสืบค้นสาเหตุอันเชื่อมโยงลงไปสู่สาเหตุระดับรากเหง้า การวางขอบเขตที่ชัดเจนของผลลัพธ์ของการแก้ไขปัญหา การหาทางออกจากปัญหาอย่างสร้างสรรค์และสอดคล้องสัมพันธ์กับสาเหตุที่แท้จริง
        • ขาดทักษะการตั้งคำถามกลุ่มเพื่อสืบค้นลงลึกและรอบด้าน
        • ขาดทักษะการจัดวางประเด็นการแลกเปลี่ยนอย่างเชื่อมโยงเป็นระบบ
        • ขาดทักษะการสรุปประเด็นแลกเปลี่ยนที่คมชั
        • ขาดทักษะการบันทึกข้อมูลและข้อสรุปอย่างชัดเจนเป็นระบบเพื่อใช้อ้างอิงในการประชุม
        • ขาดทักษะการจัดการอารมณ์ที่ประทุขึ้นจากความเห็นที่ขัดแย้งกัน เป็นต้น
      • อุปสรรคและข้อจำกัดอื่นที่ลดทอนประสิทธิภาพและบรรยากาศการประชุมที่สร้างสรรค์ ซึ่งมักนำไปสู่ความอึดอัด ไม่ปลอดภัยและน่าเบื่อที่ต้องประชุมร่วมกัน
    2. หลักการสำคัญและศิลปะในการประชุมพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดและวางขอบเขตของปัญหา การสำรวจสืบค้นสาเหตุที่ลงลึกและรอบด้าน การวางผลลัพธ์ที่ต้องการร่วมกัน การแสวงหาทางออกที่สร้างสรรค์
    3. การฝึกฝนทักษะต่างๆที่จำเป็นต่อการดำเนินการประชุม(อ้างอิงสัมพันธ์กับการขาดทักษะต่างๆที่กล่าวถึงใน ข้อ 1)
      .

    หลักสูตรที่ 3

    การคลี่คลายความขัดแย้งด้วยใจกรุณา

    ปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นมากมายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาระหว่างบุคคล ระหว่างกลุ่มคนภายในองค์กร รวมไปถึงในครอบครัว ที่สำคัญคือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของเราเอง ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่เราไม่สามารถจะคลี่คลายหรือหาวิธีการจัดการกับความขัดแย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่ก็กลัวและหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับความขัดแย้งเหล่านั้น นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ความขัดแย้งลุกลามและหมักหมมจนยากที่จะแก้ไขเยียวยา

    การอบรม “คลี่คลายความขัดแย้งด้วยใจกรุณา” จะทำให้เรามองความขัดแย้งได้รอบด้านมากขึ้น พร้อมทั้งแปรเปลี่ยนความขัดแย้งไปสู่การเรียนรู้และเติบโตภายใน พร้อมทั้งสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่มักนำไปสู่ความขัดแย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เนื้อหาการอบรม

    1. ความหมายของความขัดแย้ง ความขัดแย้งทำงานอย่างไร ส่งผลกระทบอย่างไรต่อผู้คน งาน และความสัมพันธ์ในกลุ่มองค์กร
    2. เหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดความขัดแย้งและการให้อาหารหล่อเลี้ยงความขัดแย้งให้มีความเข้มข้นรุนแรงและขยายวงลุกลาม (วิเคราะห์ทั้งปัจจัยภายในของคน และปัจจัยภายนอกที่รายล้อมกลุ่มคนให้ขัดแย้งกันได้ง่ายและฝังเป็นรากลึก ซึ่งยากที่จะบรรเทาเยียวยาให้ดีขึ้น)
    3. ความเข้าใจเรื่องตัวตน(อัตตา)ในฐานะเหตุรากเหง้าของความขัดแย้งแตกแยกกัน
    4. การจัดการความขัดแย้งด้วยอำนาจเหนือและความรุนแรง และการจัดการความขัดแย้งด้วยการหลีกเลี่ยงกลบเกลื่อนความขัดแย้งนำไปสู่การขยายตัวของความขัดแย้งได้อย่างไร
    5. หลักการและทัศนคติสำคัญที่ควรวางให้ถูกต้องเหมาะสมต่อความขัดแย้ง
    6. ศาสตร์และศิลป์ในการคลี่คลายความขัดแย้งในแนวทางสันติวิธีและการใช้อำนาจร่วม
      • รูปแบบต่างๆของแนวทางสันติวิธีในการคลี่คลายความขัดแย้ง
      • รายละเอียดหลักการสำคัญของกระบวนการเจรจากลุ่มที่มีความขัดแย้งเรื้อรังมานาน
      • รายละเอียดหลักการสำคัญของการทำหน้าที่ของกระบวนกรในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง
      • การฝึกฝนทักษะสำคัญของกระบวนกรเพื่องานไกล่เกลี่ย
  • กระบวนการ

    Process

    ใช้กิจกรรมผ่านประสบการณ์ตรงที่หลากหลาย เช่น กิจกรรมหรือเกมเพื่อการเรียนรู้ ละครสั้น บทบาทสมมุติ การบรรยายเฉพาะเนื้อหาที่เป็นหลักการสำคัญ การพูดคุยกลุ่มย่อย การรวมกลุ่มอย่างไม่เป็นทางการเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องบทเรียนต่างๆ

    ผลที่จะเกิดขึ้น
    1. เกิดกระบวนกร ที่มีทักษะในการเป็นผู้นำในการจัดการประชุมแสวงหาข้อตกลงร่วมอย่างสร้างสรรค์ แก้ปัญหาเรื้อรังอย่างลงลึกและรอบด้าน ทั้งในครอบครัว หน่วยงาน องค์กร และชุมชน
    2. ผู้ที่ได้เข้าร่วมการอบรมเกิดความมั่นคงภายในจิตใจ และสามารถเรียนรู้ เติบโตกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้ เป็นกลุ่มแกนหลักในการขับเคลื่อนองค์กรและสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลง (change agent) ให้เกิดขึ้นในครอบครัว หน่วยงาน องค์กร และชุมชน
    3. สามารถสร้างเครือข่ายการทำงานเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ เชื่อมโยงงานระหว่างกันขึ้น ทั้งในและนอกหน่วยงานของตนเอง
  • วิทยากร

    Trainer
  • ผู้เข้าอบรม

    Participants

    จำนวนไม่เกิน 36 คน

    คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมอบรม

    1. สามารถเข้าร่วมอบรมได้ตลอดต่อเนื่องทุกครั้งในระยะเวลาที่กำหนด 
    2. พร้อมที่จะเปิดใจเรียนรู้ มีความสนใจในการเป็นกระบวนกร/การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
    3. มีพื้นที่ เวทีในการทำงานชัดเจนที่สามารถพัฒนาและสร้างสรรค์จัดการดำเนินการประชุมและสรุปบทเรียนการทำงาน แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น วางแผนงานให้กับองค์กรและเครือข่าย หลังจากที่ผ่านการอบรม
  • ระยะเวลา

    Duration

    อบรม 3-4 วัน (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมกับเนื้อหาและกลุ่มผู้เข้าร่วม)

  • สถานที่

    Location

    ห้องโปร่ง โล่ง กว้าง ไม่มีสิ่งกีดขวาง เงียบสงบ ไม่มีเสียงรบกวน และเหมาะสำหรับทำกิจกรรมเคลื่อนไหว



สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Public คุณจงรักษ์ แซ่ตั้ง
Tel. 086 305 3011
In-House คุณพูลฉวี เรืองวิชาธร
Tel. 089 499 0490
email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
facebook: semsikkha
line: @semsikkha