เกร็ดความรู้

6 ข้อคิดเรื่อง "ความตาย" สอนใจลูก

ที่มา : http://www.manager.co.th/



ภาพ : https://childandfamilyri.com/

 

จากภาพข่าวในทุกวันที่ได้นำเสนอการเสียชีวิตชนิดกะทันหันและซ้ำๆ กันเสมือนเตือนสติให้เราได้รับรู้ว่า ความตายเกิดขึ้นได้ทุกขณะ ทุกที่ ทุกเวลา และอาจจะเกิดกับเราได้ทุกเมื่อ ฉะนั้นเราไม่ควรประมาทต่อการใช้ชีวิต และการมีชีวิตอยู่

และการตายเหล่านั้นสามารถนำมาเป็นบทเรียนให้กับตัวเราและครอบครัวได้เช่นกัน

ดิฉันเชื่อว่า เราต่างไม่ปรารถนาที่จะตายเร็ว ยิ่งถ้าเรามีครอบครัว เราต่างก็ไม่ต้องการเป็นผู้สูญเสีย และเราต่างก็ไม่ได้เตรียมการเรื่องความตายล่วงหน้า ทั้งที่จริงแล้ว ยิ่งมีครอบครัว คนที่เรารัก เรายิ่งต้องเตรียมตัวเรื่องความตายล่วงหน้า

 

ประการแรก ต้องยอมรับก่อนว่าเราอาจจะตายได้ทุกเมื่อ หรือคนที่เรารักในครอบครัวอาจตายได้ทุกเมื่อเช่นกัน ฉะนั้น ควรต้องตั้งโจทย์ในชีวิตว่าถ้าเราตายหรือหัวหน้าครอบครัว หรือสมาชิกในครอบครัวจากไปก่อน แล้วจะเป็นอย่างไร อย่าผลัดวันประกันพรุ่งที่จะคิดถึงเรื่องนี้

ประการที่สอง พูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว ต้องเลิกคิดว่าห้ามพูดเรื่องตายเพราะเป็นลาง แต่ควรพูดเพราะความตายเกิดขึ้นได้ทุกขณะ อาจจำลองสถานการณ์จริงว่าถ้าแม่ตาย หรือพ่อตาย หรือทั้งพ่อแม่ตาย หรือลูกตาย จะเป็นอย่างไร ลองตั้งคำถามกับลูก และพูดคุยกับลูกว่าสามารถเกิดขึ้นได้จริง และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ทุกคนควรจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ และควรจะอยู่อย่างไร

ประการที่สาม สอนให้ลูกมีทักษะเรื่องความเข้มแข็ง มั่นใจในตัวเอง ทักษะเรื่องการอยู่รอด หรือสามารถอยู่ได้โดยไม่มีพ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ในครอบครัว ซึ่งต้องปลูกฝังตั้งแต่เล็ก

ประการที่สี่ จำเป็นต้องพูดคุยเรื่องเอกสารสำคัญภายในบ้านให้กับสมาชิกภายในครอบครัวให้ได้รู้ว่า มีอะไรบ้าง เอกสารจัดวางไว้ที่ไหน เพราะมีจำนวนไม่น้อยที่ปล่อยให้คนเป็นแม่บ้านจัดการ และเมื่อแม่บ้านจากไปก่อน ผู้ที่มีชีวิตอยู่ก็ไม่เคยรับรู้อะไรมาก่อน ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายตามมามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำธุรกรรมใดๆ ฝ่ายเดียว โดยไม่ได้บอกให้คู่สมรสหรือสมาชิกในบ้านได้รับรู้ พอจากไปก่อน ก็ไม่มีใครรับรู้เรื่องราวนั้นๆ สร้างภาระให้ผู้อื่นอีกด้วย

ประการที่ห้า ควรนำเรื่องความตายมาเป็นบทเรียนสอนลูกว่า คนที่มีอายุมากกว่าไม่จำเป็นต้องตายก่อนคนที่อายุน้อยกว่าเสมอไป เด็กก็สามารถตายก่อนผู้ใหญ่ได้ คนเราอาจตายเพราะโรคภัยไข้เจ็บ หรือตายเพราะอุบัติเหตุ ฉะนั้น ควรจะใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาท ไม่ควรไปในสถานที่อโคจร หรือใช้ชีวิตแบบสุ่มเสี่ยงโลดโผนจนเกินไป

ประการสุดท้าย ถ้าลูกโตพอที่จะไปงานศพได้ ก็ควรหาโอกาสพาลูกไปงานศพ ให้ได้รู้จักความตายผ่านพิธีกรรม ขอนำข้อคิดของพระไพศาล วิสาโลที่ได้เขียนไว้ในหนังสือ ระลึกถึงความตายสบายนัก การเจริญมรณสติในชีวิตประจำวัน มีใจความตอนหนึ่งน่าสนใจว่า

 

"เมื่อไปงานศพ ไม่ควรเป็นแค่งานสังคมเท่านั้น แต่ควรเป็นงานบุญในทุกความหมาย กล่าวคือนอกจากทำบุญอุทิศแก่ผู้ล่วงลับ และให้กำลังใจแก่ครอบครัวของผู้วายชนม์แล้ว ยังควรเป็นโอกาสให้เรามาเตือนสติตนเอง ถึงสัจธรรมอันเที่ยงแท้แน่นอนว่า ความตายคือปลายทางของผู้คน ครั้งหนึ่งผู้ตายก็เคยมีชีวิตเดินเหินเคลื่อนไหวได้เหมือนอย่างเรา แต่ต่อไปเราก็จะต้องทอดร่างแน่นิ่งเช่นเดียวกับเขา ไม่มีอะไรที่จะเอาไปได้สักอย่างเดียว มีแต่บุญและบาปเท่านั้นที่จะติดตัวไปยังปรโลก

ศพที่อยู่เบื้องหน้าเรา คือครูสอนธรรมที่ดีที่สุด สามารถปลุกใจให้เราตื่นจากความหลัง และความประมาทในชีวิต ใครที่ยังมัวเมาในความสนุก หรือหมกมุ่นกับการทำมาหากิน ก็อาจได้คิดว่าตนกำลังมีชีวิตอยู่อย่างลืมตาย ใครที่คิดว่าตนเองยังมีเวลาอยู่ในโลกอีกหลายสิบปี อาจต้องทบทวนความคิดเสียใหม่เมื่อมางานศพของเด็กหรือวัยรุ่น ใครที่หลงในอำนาจ ก็อาจได้คิดว่าไม่ว่าใหญ่โตแค่ไหน สุดท้ายก็ยังเล็กกว่าโลง"

"ช่วงเวลาของการรับรู้ข่าวสาร เป็นอีกช่วงหนึ่งที่เหมาะแก่การเจริญมรณสติ โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวอุบัติเหตุหรือวินาศภัย แทนที่จะรับรู้แบบผ่านๆ หรือเห็นเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ควรใช้ข่าวดังกล่าว เป็นเครื่องเตือนใจตนเองว่า ชีวิตนี้ไม่เที่ยงอย่างยิ่ง จู่ๆ ก็มาตายไปอย่างกะทันหัน ไม่มีสัญญาณล่วงหน้า ไม่ว่าอยู่ที่ไหน เวลาใดก็ตายได้ทั้งนั้น จะให้ดีกว่านั้นลองโยงเหตุการณ์ดังกล่าวเข้ามาหาตัวเอง โดยลองนึกไปว่าสักวันหนึ่งเราก็อาจต้องประสบกับเหตุการณ์อย่างนั้นเช่นกัน พร้อมจะตายหรือไม่ ทุกวันนี้เราได้เตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ หากไม่ได้ทำ จากนี้ไปเราจะทำอย่างไรจึงจะสามารถเผชิญกับเหตุการณ์ดังกล่าวโดยไม่ตื่น ตระหนกหรือทุรนทุราย"

 

ความตายคือสิ่งจริงแท้ที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ แต่สิ่งที่ทุกคนทำได้คือ เมื่อยังมีชีวิตอยู่เราได้ทำอะไรดีๆ ให้แก่กันหรือเปล่า

Contact

โทรศัพท์ 086 305 3011 , 086 327 7792  email: semsikkha_ram(at)yahoo.com

Location

29/15 ซอยรามคำแหง 21 ถนนรามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

Opening Hours

จันทร์ - ศุกร์ | 9 น. - 17 น.
เสาร์ - อาทิตย์ | ปิดทำการ

Follow Us

social logo facebook social logo line social logo gplus social logo youtube