ปฏิทินกิจกรรม

ศิลปะบำบัด ➜ 22-23 เมษายน 2560

ศิลปะบำบัด


วันที่จัด

22-23 เมษายน 2560

ด้วยชีวิตและสภาพสังคมที่เร่งรีบ ทำให้เราแทบไม่มีเวลาหยุดนิ่งเพื่อทบทวนถึงสิ่งที่กระทบรบกวนร่างกายและจิตใจของเรา ปมปัญหาหรือความทุกข์ใจจึงถูกสะสมอยู่ในร่างกายและจิตวิญญาณ จนบางครั้งเราอาจจะหลงลืมหรือบางทีเราก็พยายามทำให้ชีวิตมันดูวุ่นวายเพื่อที่จะได้ไม่ต้องคิดถึงและสะสางปมปัญหาเหล่านั้น และเมื่อมาถึงจุดหนึ่งที่เป็นทางตันเราก็พบว่าปัญหานั้นมาอาจจะสายเกินกว่าที่เราจะแก้ไขหรือเยียวยา

ศิลปะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ร่างกายและจิตวิญญาณได้ทำงานร่วมกันอย่างผสานกลมกลืน การทำงานศิลปะโดยให้ร่างกายได้เคลื่อนไปตามหัวใจต้องการ(ใจนำกาย) เมื่อลงมือทำโดยไม่ผ่านกระบวนการคิด ผลงานศิลปะที่แสดงออกมานั้นอาจบ่งบอกถึงสภาพจิตใจ บุคลิก พฤติกรรม หรือปมปัญหาที่ค้างคาใจ ความทุกข์ที่ตกตะกอนนอนนิ่งอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจของเราก็เป็นไปได้

ถ้าเรามองศิลปะเป็นเรื่องของวิธีการและกระบวนการหนึ่งเพื่อการพัฒนาจิตใจ สติ สมาธิ สรรสร้างความสุขและบุคลิกภาพที่พึงประสงค์ หรือเยียวยาความเจ็บปวดทางกายและใจ เราสามารถเลือกกลวิธีทางศิลปะได้หลากหลาย สิ่งสำคัญอยู่ที่การปล่อยให้ใจและมือนำพาการสร้างสรรค์ไป ใช้การคิดวางแผนให้น้อย และในขณะสร้างสรรค์งานหมั่นสำรวจใจว่า รู้สึกอย่างไร งานนั้นกำลังบอกอะไรเกี่ยวกับตัวเราเอง

ให้งานศิลปะ การวาดรูป งานปั้น การเคลื่อนไหวร่างกาย ดนตรี และการชมภาพยนตร์ มาช่วยสะท้อนให้เราได้เห็นตัวตนและปมปัญหา เพื่อที่เราจะได้เยียวยาและพัฒนาจิตใจ ให้ศิลปะเป็นสื่อช่วยนำพาให้เราเข้าใจและเข้าถึงตัวตนของเรา

กระบวนการอบรม

เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง เยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจผ่านการทำศิลปะในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างความเป็นเพื่อนมิตรให้เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนรู้

วิทยากร

พัชรินทร์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง และคณะทำงานจากศูนย์ศิลปะฮิวแมน


พัชรินทร์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง

ผู้ริเริ่มโปรแกรมศิลปะบำบัดเพื่อเด็กป่วยเรื้อรังและเด็กป่วยระยะสุดท้าย ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ มหาราชินี พญ.พัชรินทร์ หมอสาวเมืองเหนือ จบแพทยศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2537 และหลังจากใช้ทุนเรียนแล้ว หมอโจ้ ก็ได้เข้ามาศึกษาต่อแพทย์เฉพาะทางด้านจิตเวชที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และตอนนั้นเองที่ทำให้ได้พบแรงบันดาลใจจากคนป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย และเป็นสิ่งที่พลิกชีวิตแพทย์คนหนึ่งให้เบนเข็มไปศึกษาต่อในศาสตร์แขนงอื่น นั่นคือ "ศิลปะ"

กระทั่งเรียนจบ พญ.พัชรินทร์ ก็ได้นำความรู้ที่มีทั้งการแพทย์ด้านจิตเวชและศิลปะมาผสมผสานเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นวิธีการบำบัดโรคที่เรียกว่า "ศิลปะบำบัด" ในที่สุด สำหรับศิลปะบำบัดในความหมายของ พญ.พัชรินทร์ ได้ให้คำนิยามไว้ว่า "ในกรณีที่ใช้กับผู้ป่วยระยะสุดท้าย ศิลปะบำบัดคือ การที่ผู้ป่วยได้ค้นพบความต้องการของตนเอง ผ่านการสร้างสรรค์งานศิลปะรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการแสวงหาคำตอบ หรือตอบสนองความต้องการนั้น ๆ ผลก็คือ ผู้ป่วยจะไม่จมอยู่กับโรค หรือความเจ็บป่วยที่กำลังเผชิญมากจนเกินไป แต่จะยังสามารถแบ่งเวลาและพลังงานมา พิจารณาแก่นของปัญหาให้ชัด ๆ ทำให้เกิดความเข้าใจและเกิดการคลี่คลายของปัญหา แม้บางครั้งจะเป็นเพียงการคลี่คลายทางความรู้สึก แต่ก็สามารถทำให้ผู้ป่วยได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ด้วยใจที่สงบลง ไม่ร้อนรุ่มหรือหมกมุ่นอยู่แต่กับปัญหาที่ไม่มีทางออก หน้าที่ของคนรอบข้างคือ การพยายามค้นหาสิ่งที่เป็นความปรารถนาสูงสุดของผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้เจอ สิ่งใดก็ตามที่เขาทำแล้วเป็นสุข อาจเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มความรู้สึก ทำให้ชีวิตของเขามีความหมาย มีความสมบูรณ์ นั่นคือหน้าที่ที่เราจะต้องช่วยเขาค้นหาและตอบสนอง แต่ทั้งนี้ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การทำศิลปะบำบัดนั้นเน้นผลทางด้านจิตใจ เช่น คลายความกังวล อาการซึมเศร้า การย้ำคิดย้ำทำ หรืออาการทางจิตที่ไม่รุนแรง เราไม่ได้นำศิลปะมาใช้บำบัดโรคทางกาย ศิลปะบำบัดไม่ได้ทำให้ก้อนมะเร็งหายไป แต่ทำให้อยู่กับก้อนนั้นอย่างเป็นสุขขึ้น ไม่ทุรนทุราย"

กำหนดการอบรม

วันที่ 1 ของการอบรม
08.30 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 10.00 น. กิจกรรมทำความรู้จัก
10.00 10.15 น. อาหารว่าง
10.15  12.00 น. กิจกรรมศิลปะ 1
12.00 13.00 น. อาหารกลางวัน
13.00 13.30 น. กิจกรรมกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ 1
13.30 15.30 น. กิจกรรมศิลปะ 2
15.30 15.45 น. อาหารว่างบ่าย
15.45 17.00 น. แลกเปลี่ยนเรียนรู้
วันที่ 2 ของการอบรม
09.00 09.30 น. กิจกรรมเข้าจังหวะ
09.30 10.00 น. กิจกรรมกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ 2
10.00 10.15 น. อาหารว่าง
10.15  12.00 น. กิจกรรมศิลปะ 3
12.00 13.00 น. อาหารกลางวัน
13.00 13.30 น. กิจกรรมกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ 3
13.30 15.30 น. กิจกรรมศิลปะ 4
15.30 15.45 น. อาหารว่างบ่าย
15.45  16.45 น. แลกเปลี่ยนเรียนรู้
16.45 17.00 น. บอกรักบอกลา

หมายเหตุ ตารางกิจกรรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

สถานที่

เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา คลองสาน กรุงเทพฯ

หมายเหตุ

  1. สถานที่นี้ไม่มีบริการที่จอดรถ จึงขอความกรุณาทุกท่านเดินทางด้วยรถสาธารณะ หรือหากต้องการเดินทางด้วยรถส่วนตัว ขอความกรุณาหาที่จอดรถเองค่ะ (หากจอดรถริมถนนบริเวณใกล้เรือนร้อยฉนำอาจถูกล็อคล้อได้) เสมสิกขาลัยต้องขออภัยในความไม่สะดวกนี้ด้วยค่ะ  
  2. สถานที่อบรมเป็นการนั่งพื้นเป็นวงกลม มีเบาะรองนั่ง การแต่งกายจึงควรเป็นกางเกง หากท่านใดไม่สะดวก สามารถแจ้งก่อนได้ เพื่อเตรียมเก้าอี้ให้ 

บริจาคเข้าร่วมกิจกรรม

1) บุคคลทั่วไป

  • บริจาคท่านละ 4,400 บาท จำนวน 15 ท่าน (ไม่รวมค่าอาหารกลางวัน)

2) ขอรับทุน -->เงื่อนไขการขอรับทุน

  • นักพัฒนาหรือผู้มีรายได้น้อย บริจาคท่านละ 3,800 บาท จำนวน 4 ท่าน (ไม่รวมค่าอาหารกลางวัน)
  • นักบวชหญิง-ชาย (ทำงานด้านพัฒนาสังคม ชุมชน หรือเยาวชน อย่างเป็นรูปธรรม) ไม่เสียค่าใช้จ่าย จำนวน 1 รูป

การสมัครร่วมกิจกรรม

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

เสมสิกขาลัย สำนักงานรามคำแหง จงรักษ์ แซ่ตั้ง หรือ สาวิตรี กำไรเงิน โทรศัพท์ 02-314 7385 ถึง 6

email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. fb: semsikkha


Location

29/15 ซอยรามคำแหง 21 ถนนรามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

Contact

โทรศัพท์/โทรสาร 02-314 7385
email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Opening Hours

จันทร์ - ศุกร์ | 9 น. - 17 น.
เสาร์ - อาทิตย์ | ปิดทำการ

Follow Us

social logo facebook social logo line social logo gplus social logo youtube