เข้าถึงความงาม

ศิลปะเพื่อการเยียวยา

Posted in บทความหมวด 5) ชุดวิชาเข้าถึงความงาม.

ที่มา : https://www.schoolofchangemakers.com



ภาพ : https://www.schoolofchangemakers.com

 

สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ หรือ กลุ่มลูกเหรียง เป็นองค์กรที่ทำงานด้านการช่วยเหลือและเยียวยาเด็กๆ ที่สูญเสียครอบครัวหรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งที่ลูกเหรียงทำต่างจากหน่วยงานอื่นที่ให้ความช่วยเหลือเพียงตัวเงินและการเยียวยาด้วยความสงสาร แต่กลุ่มลูกเหรียงจะพัฒนาเด็กเหล่านี้ให้มีความเป็นผู้นำ เปลี่ยนแปลงความเคียดแค้น ความเสียใจ และความเศร้าให้กลายเป็นพลังในการสร้างสิ่งดีๆ ให้เด็กเหล่านี้เห็นความสามารถในตนเองที่จะไปช่วยเหลือคนอื่นได้ในฐานะผู้ที่เข้าใจสถานการณ์ในพื้นที่อย่างแท้จริง

แต่เรื่องราวชีวิตของเด็กคนหนึ่งซึ่งเปลี่ยนจากคนที่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ เคียดแค้น ให้กลายเป็นคนที่คิดบวกนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นภายในชั่วข้ามคืน กว่าที่น้องคนหนึ่งจะสามารถก้าวข้ามความทุกข์ได้ต้องใช้เวลาและความเอาใจใส่จากพี่ๆ และเพื่อนๆ ในบ้านลูกเหรียงเป็นอย่างมาก กลุ่มลูกเหรียงมีวิธีเยียวยาเด็กที่หลากหลาย และทำเป็นรายบุคคล แต่ประเด็นที่เราได้พบและอยากจะหยิบขึ้นมาเล่าให้ทุกคนฟังในวันนี้ คือเรื่องการใช้ศิลปะในการเยียวยาจิตใจ ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กๆ ได้มีสมาธิ ได้แสดงความรู้สึกผ่านศิลปะ และได้ใช้เวลากับตนเอง ซึ่งงานศิลปะของน้องๆ บางส่วนได้ถูกนำมาผลิตเป็นหน้าปกของสมุดโน้ต ภายในเล่มประกอบไปด้วยเรื่องราวของน้องๆ ที่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษร บางเล่มเป็นเรื่องราวที่น้องเลือกมาเล่าเอง บางเล่มเป็นเรื่องราวของน้องที่ถูกถ่ายทอดจากพี่ๆ ในบ้านลูกเหรียง เหล่านี้คือหนังสือที่เราซื้อมาทั้งด้วยความต้องตาในความสวยงาม และความสะกดใจในเรื่องราวของน้องๆ เราเลยขอนำเรื่องราวของน้องๆ มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน

ยัสมี ดอรอแต (น้องยัสมี)

จากเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ ทำให้น้องต้องสูญเสียคุณพ่อไปในปี 2549 และเสียคุณแม่ไปอีกคนในปี 2552

ยัสมีมีพี่น้องทั้งหมดสามคน พี่ชายคนโตเป็นพลทหารซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการโดนระเบิดขณะออกลาดตระเวน ส่วนพี่สาวคือน้องพรีม ทั้งสามคนย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านลูกเหรียงหลังจากสูญเสียพ่อแม่ไป ในเวลาที่เหงามากๆ ยัสมีจะเก็บตัวเงียบ ร้องไห้ และจิกผมตัวเอง การกอดแน่นๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ยัสมีหยุดร้องไห้ เธอบอกว่า “คนที่เข้ามาในชีวิตยัสมีคือคนพิเศษเสมอ ยัสมีเรียนรู้ว่า ยัสมีจะรักและดูแลคนในครอบครัวให้มากๆ ในตอนที่ทุกคนยังมีชีวิตอยู่ เพราะในสามจังหวัดนี้ ความตายมาพรากเราได้ตลอดเวลา” ด้วยการเยียวยาอย่างต่อเนื่องยัสมีเริ่มมีความมั่นใจในตนเอง เธอมีความสามารถในการพูดเลียนเสียงต่างๆ ได้หลายเสียง ที่บ้านลูกเหรียง ยัสมีทำงานเป็นอาสาสมัคร เล่านิทานยุติความรุนแรงและลงพื้นที่ตามโรงเรียนเพื่อจัดกิจกรรมกับพี่ๆ ที่บ้านอยู่เสมอ

ราชันบาชอรี สาแม่ง (น้องซัน)

"บ้านผมมีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ผมเป็นลูกคนที่ 4 คุณพ่อเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ตั้งแต่เสียคุณพ่อไปชีวิตผมไม่มีความสุขเลย ผมเป็นคนรูปร่างใหญ่ เวลาอยู่ที่โรงเรียนก็ถูกเพื่อนล้อและดูถูกบ่อยๆ แต่ผมก็ให้กำลังใจตัวเองมาตลอด ผมบอกตัวเองเสมอว่า แม้เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้ คนอื่นอาจจะดูถูกเรา แต่ถ้าเราผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นไปได้ ผมเชื่อว่าเราจะเติบโตขึ้น มีภูมิต้านทานมากขึ้น พี่ชายผมสอนว่า เวลาเจอปัญหาแบบนี้ ให้เปลี่ยนไปโฟกัสในเชิงสร้างสรรค์ คำดูถูกนี่แหละจะผลักดันให้เราสำเร็จ"

ฮันณีฟะร์ หะยีสะมะแอ (น้องฟะห์)

"ครอบครัวของหนูต้องสูญเสียคุณพ่อผู้เป็นเสาหลักของบ้านไปจากเหตุการณ์ความไม่สงบ คุณพ่อโดนยิงและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว เมื่อเสียคุณพ่อไป ครอบครัวก็ขาดเสาหลัก หนู แม่ และน้องต้องคอยดูแลกันและกัน ให้กำลังใจจนผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ เหล่านั้นมาได้ สิ่งที่ทำให้หนูและครอบครัวกลับมาสดใสได้อีกครั้ง คือ รอยยิ้มและกำลังใจจากคนรอบข้าง หนูคิดว่า กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมากในชีวิตของคนเรา ถ้ากำลังใจและรอยยิ้มหายไป หนูก็คงไม่มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ”

อาชีลา ดอรอแต (น้องพรีม)

น้องพรีมเสียคุณพ่อไปในปี 2549 และเสียคุณแม่ไปอีกคนในปี 2552 จากเหตุการณ์ความไม่สงบ เธออยู่กับศพพ่อที่โดนยิงเป็นเวลานานกว่าจะมีคนมาพบและให้ความช่วยเหลือ น้องพรีมเริ่มเข้าสู่กระบวนการเยียวยาตอนเสียคุณพ่อไป ในตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของครอบครัวน้องพรีม พี่ชายของน้องพรีมต้องออกจากโรงเรียนมาช่วยแม่ทำงานเพื่อส่งน้องเรียนหนังสือ วันเสาร์อาทิตย์ น้องพรีมกับยัสมีต้องไปช่วยแม่กรีดยาง แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากในการทำงานเยียวยาน้องพรีม แต่เมื่อช่วงเวลาร้ายๆ ผ่านไป น้องพรีมก็สร้างความน่าภาคภูมิใจให้กับบ้านลูกเหรียง น้องพรีมถ่ายทอดเรื่องราวของเธอผ่านนิทานเรื่อง “มดน้อยกับช้างใหญ่” ซึ่งเป็นนิทานเกี่ยวกับการถูกข่มขู่ นิทานของพรีมได้รับคัดเลือกเป็นนิทานยุติความรุนแรงที่สัญจรไปตามโรงเรียนต่างๆ มากมายในสามจังหวัดชายแดนใต้ นอกจากนั้นน้องพรีมยังมีความสนใจในการทำธุรกิจ โดยเริ่มต้นเงินเก็บหนึ่งหมื่นบาท เปิดแผงขายแฮมเบอเกอร์หลังเลิกเรียน และเปิดแผงขายเสื้อยืดในตลาดเปิดท้ายขายของ ความฝันของน้องพรีมคืออยากมีธุรกิจเล็กๆ ที่สามารถเลี้ยงดูเธอ พี่ชายและน้องสาวได้ และมีบ้านหลังเล็กๆ สักหลังเป็นของเธอ

...

เป็นโชคดีของเราที่เจ้าของภาพวาด และเรื่องราวในสมุดสองคนคือ น้องยัสมี และน้องฟะห์ อยู่ที่บ้านลูกเหรียงพอดีในวันที่เราไป จึงได้ขอถ่ายรูปกับน้องไว้เป็นที่ระลึก...การเจอกับน้องทำให้เราได้เห็นว่า ทุกวันนี้น้องๆ ทั้งสองคนสดใส มีความฝัน และเต็มไปด้วยพลังด้านบวก ด้วยราคาเพียง 30 บาท หากเทียบกับฝีมือ ความปราณีต และเรื่องราวของน้องๆ ทุกคน จึงถือเป็นราคาทีี่เกินคุ้มมากจริงๆ หากใครสนใจอยากได้สมุด หรือ สอบถามเกี่ยวกับสมุดนี้ สามารถไปดูได้ที่ Facebook กลุ่มลูกเหรียง

   

Location

29/15 ซอยรามคำแหง 21 ถนนรามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

Contact

โทรศัพท์/โทรสาร 02-314 7385
email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Opening Hours

จันทร์ - ศุกร์ | 9 น. - 17 น.
เสาร์ - อาทิตย์ | ปิดทำการ

Follow Us

social logo facebook social logo line social logo twitter social logo gplus social logo youtube