fbpx

นิเวศภาวนา : ธรรมชาติพลังแห่งชีวิต

หัวข้อนี้เป็นการอบรมสำหรับบุคคลทั่วไป ⇢ [ดูปฏิทินกิจกรรมประจำปี]

หากท่านสนใจกิจกรรมใด สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณจงรักษ์ แซ่ตั้ง โทร. 086-305-3011

 

เดินทางสู่ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ที่สัมผัสได้ถึงพลังของชีวิต  ที่พลังของธรรมชาติยังเคลื่อนไหวแผ่กระจายอย่างมีชีวิตชีวา สายธาร ขุนเขา และพงไพรดำรงอยู่อย่างดั้งเดิม ที่ซึ่งบอกถึงเรื่องราวที่ธรรมชาติเป็นบ้านหลังใหญ่  เป็นโรงเรียนที่เต็มไปด้วยบทเรียนอันมีค่า เป็นวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ที่เอื้อต่อการเติบโตด้านในของมนุษย์ ร่วมค้นหาบทเรียนจากธรรมชาติและเรียนรู้จากชุมชนชาวปกาเกอะญอที่ดำรงชีวิตอย่างถ่อมตน และรับรู้ถึงเรื่องราวของชุมชนอย่างลึกซึ้ง  ที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดทางวัฒนธรรมและความยั่งยืนของผืนป่า ท่ามกลางกระแสกดดันทางการเมือง เศรษฐกิจ และนโยบายพัฒนาที่ทันสมัย ร่วมรับฟังเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านเรื่องเล่า นิทาน และบทกวี

ในการเดินทางครั้งนี้ คล้ายกับการออกธุดงค์จึงไม่มีตารางกิจกรรมที่ตายตัว ผู้ร่วมเดินทางต้องเตรียมกายและใจที่จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกขณะ รวมทั้งการไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆอย่างเคย อาหารที่อาจจะไม่ถูกปาก บ้านพักอาศัยกับครอบครัวแบบเรียบง่าย และนอนเต็นท์เพื่อปลีกวิเวกตามลำพัง เราจะดูแลกันและกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่ต่างอิงอาศัยทุกสรรพสิ่ง

 

เนื้อหาการอบรม

  1. เรียนรู้วิถีชีวิตในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเรียบง่าย อ่อนน้อม และพึ่งพาอาศัยกัน
  2. แสวงหาแก่นแท้ของชีวิตและจิตวิญญาณ จากการรับฟังเสียงจากธรรมชาติและเสียงภายในใจเรา
  3. เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างตนเอง กับธรรมชาติ

 

กระบวนการอบรม

  1. ใช้ชีวิตร่วมกับชุมชนปกาเกอญอ เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน ประเพณี ความเชื่อ และความสัมพันธ์กับธรรมชาติ
  2. เดินป่าสู่ดินแดนอันบริสุทธิ์ สายธาร ขุนเขา และพงไพรอันดำรงอยู่อย่างดั้งเดิม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของมนุษย์
  3. ฝึกกลับมาอยู่กับตัวเองโดยการปลีกวิเวกและอดอาหาร เพื่อเปิดสัมผัสการเรียนรู้ภายในและจิตวิญญาณ รวมทั้งเปิดรับสารจากธรรมชาติ และเตรียมความพร้อมเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ไม่คาดฝันในขณะที่อยู่คนเดียว เพื่อให้ได้สัมผัสความรู้สึกและมุมมองที่เป็นโอกาสของการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการทางจิตเพื่อการเติบโต  ตระหนักรู้และยอมรับถึงหน้าที่แห่งความเป็นมนุษย์ของตนเอง
  4. แลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนจากการปลีกวิเวก รับฟังเสียงของธรรมชาติ เสียงภายในจิตใจของเรา และเสียงของผองเพื่อนด้วยความเคารพ ด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง

 

วิทยากร

pramual อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์
group และ ปราชญ์ชาวปกาเกอะญอ

 

สถานที่อบรม

บ้านสบลาน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่

 

ระยะเวลาการอบรม

6 วัน 5 คืน

 

ผู้เข้าร่วมอบรม

จำนวน 25 ท่าน

 

การเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง

*เตรียมกาย

เตรียมความแข็งแรงของร่างกายเพื่อให้เดินทางในเส้นทางธรรมชาติ ขึ้นเขาลงห้วย แบกสัมภาระที่เรานำติดตัวมาที่สำคัญพร้อมมอมแมม คลุกเคล้าลมเหนือฝุ่นดินหอม กลิ่นเหงื่อกายา หริ่งหรีดรติกาล แสงดาวกล่อมนิทรา

*เตรียมใจ

พร้อมเผชิญกับความความเปลี่ยนแปลง สิ่งไม่คาดฝัน ทั้งเรื่องลม ฟ้า อากาศ ความไม่สะดวกสบายกายและใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร ที่พัก การเดินทางกับเพื่อนร่วมทางที่ไม่รู้จักมักคุ้น การที่ต้องอดอาหาร และการปลีกวิเวก อยู่กับธรรมชาติแต่เพียงลำพัง การพูดคุยรับฟังเสียงภายในของตัวเองที่อาจพรั่งพรูเรื่องราวออกมาอย่างที่เราไม่อาจคาดหมายได้ การเตรียมใจรับฟังเสียงจากธรรมชาติ ขุนเขา เสียงน้ำรินจากลำห้วย และเสียงโบกพลิ้วของสายลมหนาวให้เข้ามาแตะสัมผัส ปลุกความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติของตัวเราออกมาร่ายรำกับโลกใบนี้ และเตรียมใจพร้อมรับฟังเสียงภายในของผองเพื่อนที่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางแก่กันและกัน ขอให้ถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเราจะเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน ดูแลกันและกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่จะเกื้อกูลกันได้

*เตรียมสิ่งของ

สิ่งของที่จะเดินทางร่วมกับเรา ล้วนสะท้อนความเป็นเราอย่างดี ดังนั้นการเตรียมสิ่งของนี้ให้ถือว่าเป็นขั้นตอนแรกของการเข้าสู่กระบวนการนิเวศภาวนา และนี้คือข้อเสนอแนะสำหรับการเตรียมสิ่งของ

  • เสื้อผ้า อากาศโดยทั่วไป กลางวันร้อน-กลางคืนเย็น ซึ่งหนาวแบบฉับพลัน ถุงเท้า ถุงมือ หมวกอุ่นที่สวมปิดหูได้ ผ้าพันคอ เอาเสื้อผ้าที่เบาแต่ให้ความอบอุ่น อาจจะใส่ซ้ำกันหรือใส่ซ้อนกันหลายๆ ชั้นก็ได้
  • หมวกหรือผ้าคลุมกันแดด เพราะเราต้องนั่งรถสองแถว หรือรถกระบะชาวบ้าน เข้า-ออกหมู่บ้าน
  • ผ้าเช็ดตัว และชุดอาบน้ำ(ผ้าถุง) ในหมู่บ้านมีทั้งลำธารและห้องน้ำ แต่ในช่วงปลีกวิเวกและเดินป่า เราจะต้องอาบน้ำในลำธาร
  • เป้ เราต้องแบกเป้เอง ควรหาเป้ขนาดที่เหมาะกับเรา เป้ที่ดีควรมีเข็มขัดรัดเอวเพื่อให้น้ำหนักของสัมภาระไปตกที่สะโพกมากกว่าไหล่และหลังของเรา
  • กระติกน้ำ อย่างน้อยน่าจะจุได้สัก 1 ลิตร เวลาเดินป่าหรือออกวิเวกจะได้มีน้ำดื่มเพียงพอ (อาจเป็นขวดน้ำเล็กๆ 2 ขวดแทนก็ได้)
  • เทียนไข ไฟฉาย ไฟแชค
  • แก้วน้ำทนความร้อน (เผื่อชงชากินกัน) ช้อน ชามใส่ข้าว
  • ผ้ายางรองนั่งหรือปูนอน
  • เต้นท์ ผ้ายางปูกันชื้น แผ่นผ้ากันน้ำค้าง(Fly sheet) ทุกคนต้องมีเต็นท์ส่วนตัว เพราะจะมีช่วงเวลาปลีกวิเวกที่ทุกท่านต้องอยู่ตามลำพัง
  • ถุงนอน คุณภาพปานกลางเตรียมรับมือลมหนาวไม่ควรบางเกินไป หากเป็นอย่างดีน้ำหนักเบาแต่อบอุ่นพอ
  • แปรงฟัน ยาสีฟัน สบู่ แชมพู(ถ้าอาบน้ำในลำห้วย ไม่ควรใช้สบู่หรือแชมพู เพราะลำธารที่เราอาบเป็นลำธารต้นน้ำ ทำให้มีสารเคมีเจือปน ซึ่งชาวบ้านจะต้องใช้น้ำนี้ดื่มกิน)
  • ยาประจำตัว และแก้แพ้ต่างๆ รวมทั้งยากันยุ่งหรือแมลง ยาหม่อง
  • ถุงพลาสติกใส่ขยะส่วนตัว ขยะที่ไม่ย่อยสลายที่เราพกติดตัวมาจากเมือง ก็ขอเอากลับเมืองด้วย ไม่ฝากไว้ให้เป็นภาระของป่าต้นน้ำ
  • สมุดบันทึก ดินสอ ที่อยากนำติดตัวมาเป็นเพื่อน
  • รองเท้า ลุยน้ำได้ เดินป่าก็ได้ อาจพกรองเท้าฟองน้ำเบามาด้วยอีกคู่ก็ได้ (เราต้องเดินลุยน้ำความลึกประมาณ หัวเข่า รองเท้าและกางเกงที่สวมควรพร้อมลุยน้ำและลุยฝุ่นในเวลาเดียวกัน)

*เราควรเตรียมของให้น้อยชิ้น เพื่อถือว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นการฝึกการสละ ละวางสิ่งของโดยเฉพาะของที่เราคิดว่าน่าจะได้ใช้ประโยชน์แต่ไม่ใช้สิ่งจำเป็นเลย
*ไม่ควรนำสิ่งของมีค่า หรือเครื่องประดับติดตัวมาด้วย
*ในช่วงปลีกวิเวก อดอาหาร ให้เป็นช่วงเวลาที่เราจะอยู่กับเสียงภายในของตัวเอง และเชื่อมโยง เงี่ยหูฟังเสียงของที่ธรรมชาติต้องการสื่อสารกับเรา โดยจะขอความกรุณาในทุกท่านงดการอ่านหนังสือ ฟังเพลง ถ่ายรูป ดังนั้นหนังสือหรือเครื่องฟังเพลงอาจไม่จำเป็นที่ท่านต้องพกพามา
*เราจะเตรียมลูกหาบสำหรับนำพาสิ่งของส่วนกลางให้เดินทางไปกับเรา หากท่านต้องการลูกหาบแบกสัมภาระของท่าน กรุณาแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเพื่อการเตรียมลูกหาบสำหรับท่าน และท่านต้องจ่ายเงินค่าลูกหาบเอง
*ในหมู่บ้านและในป่า ไม่มีไฟฟ้า เตรียมตัวไปสัมผัสกับแสงจากกองไฟ แสงเทียนไข แสงแดดและแสงจากดาวเดือนกัน
*ในหมู่บ้านมีห้องน้ำ(สำหรับถ่ายหนัก-เบาและอาบน้ำ) แต่ในป่า เราจะเข้าห้องน้ำธรรมชาติ ด้วยการขุดหลุม ฝังกลบ ไม่ถ่ายหนัก-เบาลงลำห้วย และมีแม่น้ำขานไว้อาบ ชำระล้างร่างกาย
*น้ำดื่ม เราจะดื่มน้ำจากลำห้วย(เป็นห้วยที่ชาวบ้านใช้ดื่มกินเป็นประจำ) แต่จะขอให้ชาวบ้านต้มน้ำให้สำหรับคนที่ไม่คุ้นชินกับการดื่มน้ำห้วย

 

ตารางกิจกรรมในแต่ละวัน

วันที่ 1 ของการเดินทาง

รวมพล ณ สถานีรถไฟ จ.เชียงใหม่  แวะเตรียมความพร้อมทางใจ อธิษฐานจิตในการเดินทางครั้งนี้
เดินทางสู่หมู่บ้านสบลาน สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนที่อ่อนน้อมถ่อมตนกับธรรมชาติ

วันที่ 2 ของการเดินทาง

เรียนรู้วิถีชาวปกาเกอะญอ  เดินเท้าสู่ขุนเขา ใช้ชีวิตร่วมกันที่ในป่าริมน้ำแม่ขาน

วันที่ 3 ของการเดินทาง

แสวงหาพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ช่วงเย็นเป็นช่วงเวลาแห่งการอยู่กับตัวเองและอดอาหารในพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ของเรา

วันที่ 4 ของการเดินทาง

วันเวลาแห่งการรับฟังเสียงตัวตนและรับพลังการเยียวยาจากธรรมชาติ

วันที่ 5 ของการเดินทาง

กลับสู่อ้อมกอดของหมู่มิตร     เพื่อรับขวัญผู้กล้าในการเดินทางแห่งจิตวิญญาณ
รับฟังและแลกเปลี่ยนสิ่งที่ได้สัมผัสกับช่วงเวลาในพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ของเรา

นอนร่วมกันอีกคราที่แม่ขาน ให้สายน้ำขานขับกล่อมยามนิทรา

วันที่ 6 ของการเดินทาง

- เดินเท้ากลับสู่หมู่บ้าน เดินทางต่อสู่เมืองใหญ่
- แยกย้ายกันกลับไปสู่วิถีทางของแต่ละผู้คนที่เพียงผ่านมาผูกพันกัน ในช่วง 6 วัน กับอีก 5 คืน

* กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ร่วมเดินทาง ดิน ฟ้าและอากาศ ที่ต่างล้วนเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนในการเดินทางครั้งนี้

.

Contact

โทรศัพท์ 086 305 3011 , 099 453 8836  email: semsikkha_ram(at)yahoo.com

Location

29/15 ซอยรามคำแหง 21 ถนนรามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

Opening Hours

จันทร์ - ศุกร์ | 9 น. - 17 น.
เสาร์ - อาทิตย์ | ปิดทำการ

Follow Us

social logo facebook social logo line social logo gplus social logo youtube