fbpx

เรื่องราวบนแผ่นฟิล์ม

Freedom Writers : นักเขียนผู้ปลดปล่อย

ที่มา : http://www.tcs.or.th/


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
Photo : http://img.soundtrackcollector.com/

 

Freedom Writers ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของนักเรียนและ อิริน กรูเวล (Erin Gruwell) คุณครูสอนภาษาอังกฤษสาวมือใหม่ไฟแรงจากห้อง  203 โรงเรียน “Woodrow Wilson Classical High School” ในลองบีชฝั่งตะวันออก รัฐแคลิฟอเนีย ด้วยความเป็นครูใหม่ไฟแรงอิรินเข้าสอนด้วยความรู้สึกตื่นเต้นกับการสอนในวันแรก เมื่อเข้าสอนคลาสแรกเด็กนักเรียนต่างพากันยกโต๊ะหันเข้าหากันเป็นกลุ่มๆ คนดำอยู่กับคนดำ คนเอเชียก็อยู่ฝั่งเอเชีย ละตินอยู่กับละตินทุกคนต่างแบ่งแยกพรรคพวกของตัวเอง บรรยากาศมาคุๆของความขัดแย้งที่ซ่อนอยู่ก็เผยออกมาให้เห็น

ฟังดูอาจจะเป็นพล็อตที่เหมือนเรื่องของครูและลูกศิษย์ทั่วๆไปที่เริ่มแรกจะได้ห้องเฮี้ยวๆและสุดท้ายก็กลายเป็นดี แต่เมื่อดูไปซักพักเราจะพบว่าเรื่องนี้ไม่ได้เฮี้ยวแค่ห้องเดียวเท่านั้น….

“ในลองบีชมันขึ้นอยู่กับว่าคุณมีลักษณะเป็นยังไง….ถ้าคุณเป็นคนคนลาติน เอเชีย คนดำ คุณสามารถถูกยิงได้ทุกเมื่อที่ออกจากบ้าน” คือ คำพูดที่บรรยายถึงสถานการณ์ สภาพความเป็นอยู่ที่นักเรียนเหล่านี้ต้องประสบพบเจอตั้งแต่ยังเล็กๆ ทุกคนต้องต่อสู้ เข้าร่วมสงครามของแก๊ง ความแตกต่างของเชื้อชาติและผิวสี

Screen Shot 2014-01-10 at 4.58.30 PM

ความขัดแย้งเริ่มแย่ขึ้นในวันที่สอง เมื่อกริ่งสัญญาณไฟไหม้ดังขึ้นมาระหว่างคาบเรียน นักเรียนทุกคนต่างกรูกันออกจากห้องเหมือนกับรู้ว่ามันคือสัญญาณเริ่มต้นของ “สงคราม!” (ในซีนนี้เป็นซีนที่ตลกร้ายมากๆของเรื่อง เมื่อสงครามเกิดขึ้นต่อหน้าอิรินซึ่งยืนอยู่ข้างสัญญลักษณ์ของ “สันติภาพ”)….และเป็นจุดเริ่มต้นที่อิรินได้ตระหนักว่าเธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางต้นตอของปัญหาที่การศึกษาไม่ได้ช่วยอะไร เพราะคุณครูแต่ล่ะคนที่นี่ต่างมีชีวิตอยู่แค่เพื่อสอนไปวันๆ ปัดงูให้พ้นคอและโทษปัญหาทุกอย่างไว้ที่เด็กๆ

Screen Shot 2014-01-10 at 5.34.30 PM

อิรินพยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้นักเรียนแต่ล่ะคนสนุกกับการเรียนอยู่ตลอดแต่ดูเหมือนความพยายามของเธอจะไร้ผล นับวันนักเรียนยิ่งตั้งใจเรียนน้อยลง จนถึงกับรปภ.ต้องไปเกณฑ์เด็กกลับมาเข้าห้องเรียน….จนวันหนึ่งมีเหตุการณ์ที่ทำให้อิรินปรี๊ดปรอทแตกเมื่อเด็กผิวสีคนหนึ่งในห้องถูกเพื่อนในห้องล้อด้วยการวาดรูปล้อเรียนถึงเอกลักษณ์ของคนดำที่คนอื่นมองว่าตลก…อิรินจึงเล่าเรื่องของแก๊งๆหนึ่งที่ทำการฆ่าล้างบางศัตรูด้วยเหตุผลความเกลียดชังทางทางเชื้อชาติ ซึ่งเราก็คงรู้ว่าเป็นใคร….จักรวรรดินาซีนั่นเอง…ด้วยวิธีเดียวกันกับที่นักเรียนเหล่านี้กำลังทำ….เด็กนักเรียนต่างโต้เถียงอิรินอย่างรุนแรง พวกเค้าแสดงความภูมิใจสงครามที่ตัวเองกำลังก่อขึ้นมาจากความเกลียดชัง….และรู้สึกว่าถ้าเค้าตายเค้าจะได้รับการยอมรับและจดจำจากพวกพ้อง….แต่อิรินบอกว่าถ้าพวกเธอตายจะไม่มีใครจดจำเธอ เพราะสิ่งที่พวกเธอทิ้งไว้ให้กับโลกก็คือ “ความเกลียดชัง”

Screen Shot 2014-01-10 at 8.02.01 PM

อิรินจึ้งเกิดความคิดที่จะปฏิรูปวิธีการสอนใหม่…….ในคลาสนึงอิรินสร้างเกมขึ้นมาหนึ่งเกมโดยเอาเทปมาแปะเป็นเส้นแดงไว้กลางห้อง ถ้าอิรินถามคำถามอะไรแล้วมันเกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวของนักเรียนให้ก้าวมายืนบนเส้น…..แรกๆอิรินก็ถามนักเรียนด้วยคำถามทั่วๆไปว่าใครมีอัลบั้มใหม่ของสนู๊ปด๊อก หรือเคยฟังเพลงอะไร นักเรียนทุกคนก็ต่างให้ความสนใจและเริ่มสนุกสนานไปด้วย…..

Screen Shot 2014-01-13 at 3.10.37 PM

แต่เมื่ออิรินเริ่มถามคำถามที่ซีเรียสมากยิ่งขึ้น…..ถามคำถามที่เจาะลึกชีวิตมากยิ่งขึ้นเมื่อแต่ล่ะคำถามพาให้คนที่เคยเกลียดขี้หน้ากันมายืนเผชิญหน้ากัน ทุกคนต่างเริ่มเห็นตัวตนของกันและกัน เห็นความทุกยากที่เคยคิดว่ามีตัวเองคนเดียวที่เป็น เห็นคนใครๆเห็นว่าติ๋มๆแต่กลับมีเรื่องที่ทุกคนไม่เคยคาดคิดว่าคนประเภทนี้จะสามารถทำได้…..ก่อนเลิกชั้นเรียนอิรินได้ให้ทุกคนมาหยิบสมุดบันทึกเพื่อไปบันทึกชีวิตประจำวัน ความรู้สึก นึกคิดของตัวเอง….และอิรินได้เปิดล็อคเกอร์ไว้ถ้านักเรียนคนไหนเต็มใจอยากให้อิรินได้อ่านไดอารี่ให้มาใส่ไว้ในล็อคเกอร์ โดยเธอจะล็อคกลอนทุกครั้งเมื่อจบคาบ

ในวันพบผู้ปกครองห้องเรียนห้องอื่นมีผู้ปกครองเข้ามาพบคุณครู มีแต่ห้องของอิรินของเดียวที่ไม่มีผู้ปกครองคนไหนมาเลยแม้แต่คนเดียว….อิรินจึงเปิดตู้ล้อคเกอร์และพบว่า ไดอารี่ทุกเล่มถูกนำมาใส่ไว้จนเต็ม เมื่ออิรินเอามานั่งอ่านอิรินพบว่าเด็กกลุ่มนี้ ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าเป็นเด็กไม่ดีตั้งแต่ต้น แต่เพราะเค้าเหล่านี้โตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เลวร้าย โดนกล่าว ทำร้ายร่างกาย โดนปฏิเสธและบังคับให้ทำงานสกปรก ถูกยัดเยียดความเกลียดชังที่ส่งต่อกันมาในหมู่ครอบครัวและเครือญาติ….

Screen Shot 2014-01-13 at 3.15.12 PM

อิรินเอาไดอารี่เหล่านี้ไปให้พ่อของตัวเองดูเพื่อขอคำปรึกษา พ่อที่เคยเป็นคนมีอุดมการณ์ทำงานเพื่อสังคม….แต่กลับให้คำปรึกษาอย่างเห็นแก่ตัวให้อิรินไม่จำเป็นต้องไปรับผิดชอบอะไรกับชีวิตเด็กหลังจบคาบ ให้สอนๆไปเท่านั้น หาประสบการณ์แล้วเปลี่ยนงานใหม่…..แต่อิรินกลับมองตรงข้าม…อิรินเอาเรื่องเข้าไปหาผู้อำนวยการเพื่อขอการสนับสนุน แต่ผู้อำนวยการไม่ต้องการให้อิรินทำงานข้ามหน้าข้ามตาอาจารย์หัวหน้าแผนก….ทั้งยังบอกว่าการทำแบบนี้เท่ากับเอาเงินไปสูญเปล่ากับเด็กที่ไม่ได้เรื่องควรทำตามระบบการศึกษาที่วางมาไว้แล้ว….อิรินตอบว่า

“ทำไมเด็กนักเรียนเหล่านี้จะต้องมาเสียเวลาเรียนให้เปล่าประโยชน์ ถ้าขนาดคนที่เป็นอาจารย์ยังมองและรู้สึกเสียเวลากับการมาให้การศึกษา…..เรากระตุ้นให้นักเรียนมาเรียน แต่แล้วเมื่อเด็กมาเรียนกลับบอกว่า ช่างมันเถอะเด็กพวกนี้ เรียนไปก็ไม่ได้อะไร อย่าเสียทรัพยากรไปเปล่าๆกับเด็กพวกนี้เลย”

อิรินยืนยันอย่างหนักแน่นที่จะไม่เดินตามกฏเกณฑ์ เธอทำโครงการที่จะพาเด็กนักเรียนไปทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์บันทึกประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวของพวกนาซี และได้พูดคุยกับผู้รอดชีวิต…..การกรีดเนื้อตัวเองยอมลงทุนเสียเวลา เสียเงินส่วนตัวซื้อหนังซื้อ ซื้อโอกาสเพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้มีโอกาสเปิดหูเปิดตาเกี่ยวกับความเป็นไปนอกเหนือเขตลองบีช ทำให้เด็กเหล่านี้เริ่มได้คิด แต่ล่ะคนเริ่มตัดสินใจที่จะละทิ้งตัวตนเก่า….และจากการเขียนไดอารี่ทุกๆวัน คะแนนการเขียนและอ่านของนักเรียนแต่ล่ะคนก็เริ่มดีขึ้น

________________________________________________________________________________

Screen Shot 2014-01-13 at 3.59.42 PM

Screen Shot 2014-01-13 at 4.00.07 PM

เมื่อถึงเทอมใหม่ ณ ห้องเด็กท็อป…..เมื่อหนึ่งในนักเรียนห้องท็อป เกิดอาการหงุดหงิดจากการที่อาจารย์ที่สอน…เนื่องจากอาจารย์นั้นถามหาความเห็นเกี่ยวกับหนังสือที่คนผิวสีเขียนโดยอยากได้ความคิดเห็นจากคนผิวสีด้วยกัน….ทำให้นักเรียนดีเด่นต้องขอแอบไปทัศนาจร ห้องที่ใครๆก็ว่า “เกรดต่ำ“….ซึ่งก็คือห้องของ “มิสจี” (เป็นคำเรียกที่นักเรียนเรียก อิริน กรูเวล)และก็ได้พบว่า……

Screen Shot 2014-01-13 at 4.20.37 PM

Screen Shot 2014-01-13 at 4.28.27 PM

นักเรียนที่เมื่อเทอมก่อน เกลียดกัน มองหน้าก็แทบจะฆ่ากันให้ตายให้ได้ นักเรียนที่ครั้งหนึ่งเคยหันโต๊ะออกจากกัน กีดกันและแบ่งแยกพวกของตัวเอง…ห้องที่ครั้งหนึ่งเคยทำสงครามกันแต่กลายมาเป็นครอบครัวเดียวกันและสนิทสนมกันแบบไม่แบ่งแยก….ทุกคนต่างโอบอุ้มซึ่งกันและกันให้แก่เพื่อนที่มีปัญหาชีวิต และทุกคนได้ประกาศตัวเพื่อการเปลี่ยนแปลงตัวเองในเทอมใหม่…..ทำให้เด็กท็อปคลาสถึงกลับยอมโอนตัวเองจากห้องท็อปมาอยู่ห้องที่ใครก็ว่าบ๊วยทันที เพราะในขณะที่อาจารย์คนอื่นดูถูกดูหมิ่นนักเรียน แต่อิรินกลับมองนักเรียนแต่ล่ะคนอย่างเข้าใจ ซึ่งทำให้อาจารย์คนอื่นเริ่มไม่พอใจในตัวอิรินมากขึ้น….

Screen Shot 2014-01-13 at 4.41.05 PM

ในเทอมใหม่เนื่องจากอิรินได้ให้นักเรียนอ่านหนังสือเรื่องของแอน แฟร้งค์ ทำให้นักเรียนสนใจ และเกิดไอเดียอยากเชิญ Mier Ges ผู้หญิงคนที่เคยให้ที่หลบซ่อนกลับแอน แฟรงค์มาบรรยายพิเศษ แต่เนื่องจากงานครั้งนี้มีค่าใช่จ่ายที่สูง เกินกว่าที่อิรินจะรับมือได้เหมือนเมื่อครั้งก่อนๆนักเรียนจึงรวมตัวกันจัดงานเพื่อระดมทุนในการเชิญเธอมาเป็นวิทยากร….จนหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นลงข่าวการระดมทุนกันเอง (เนื่องจากโรงเรียนไม่ยอมให้การสนับสนุน)….และการระดมทุนครั้งนี้ดันไปตบหน้าอาจารย์หัวหน้าแผนกของอิรินเข้าให้ เพราะที่ผ่านมาครูคนนี้ไม่เคยไยดีหรือให้ความช่วยเหลืออิรินเลย ทำให้ความอิจฉา ริษยามีมากขึ้น และการทุ่มเทชีวิตเพื่อสอนนักเรียนของอิริน กลับทำให้ชีวิตคู่ของอิรินเริ่มแย่ลง สามีของอิรินเริ่มไม่พอใจที่อิรินทำงานมากไปจนไม่มีเวลาสนใจตัวเองโดยยื่นคำขาดให้อิรินต้องเลือกระหว่างตัวเองและนักเรียน…..

________________________________________________________________________________

แต่แล้วความผูกพันธ์ระหว่างนักเรียนและครูของอิรินก็ใกล้จะจบลงเช่นกัน เมื่อการเลื่อนชั้นไปปีสามของนักเรียนจะทำให้ห้อง 203 อาจต้องแตกสลายลง เพราะอิรินเพิ่งเข้ามาสอนได้เพียงสองปี ทำให้อิรินไม่มีสิทธิเลื่อนไปสอนปี3และปี4…..และถ้าหากให้อิรินได้สอนปี3และปี4 ก็จะเป็นการข้ามหน้าอาจารย์คนอื่น…..แต่ก่อนที่ทุกคนจะต้องแยกจากกัน อิรินได้ให้นักเรียนของเธอทำงานโปรเจ็กต์สุดท้ายร่วมกันด้วยการตีพิมพ์ไดอารี่ที่นักเรียนเคยเขียนรวมกันออกมาเป็นต้นฉบับหนังสือ…..โดยใช้ชื่อหนังสือว่า “FREEDOM WRITERS” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อของ “Freedom Riders” รถบัสที่เคยตระเวนออกเรียกร้องสิทธิของคนผิวสีในอดีต

Screen Shot 2014-01-13 at 5.23.56 PM

จนกระทั่งวันหนึ่งอิรินได้ถูกเรียกให้เข้าพบผู้อำนวยการ บอร์ดบริหารสูงสุดของโรงเรียนเพื่อเล่าให้ฟังถึงความขัดแย้งระหว่างอาจารย์และความสัมพันธ์ระหว่างอิรินและนักเรียน ระหว่างถูกซักถาม อาจารย์ที่เป็นคู่กัดกันมาโดยตลอดก็พยายามอธิบายว่าทำไมอิรินถึงไม่มีคุณสมบัติที่จะได้ขึ้นมาสอนชั้นปี3 ผู้อำนวยการต่างรับฟังทั้งคู่อย่างนิ่ง….โดยมีต้นฉบับของ Freedom Writers อยู่ในกระเป๋าข้างใต้โต๊ะ…..ผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไงไปปิดตามกันต่อในหนังได้

ถึงทุกคนจะอ่านสปอยมาจนจบเรื่องแล้ว แต่ขอรับประกันความสนุกของหนังไว้ได้เลยว่า Freedom Writers เป็นหนังดีที่ดูสนุกอีกเรื่องหนึ่งเลย การแสดงของHiraly Swankก็เด็ดสมกับที่เธอได้ออสการ์มาจากเรื่อง Million Dollars Baby แถมดีกรีการแสดงของ Imelda Staunton ที่เคยฝากฝีไม้ลายมือชวนจิกหัว ตบหน้าในบทของโดโรเลส เจน อัมบริดจ์ในแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ เมื่อมาแสดงFreedom Writers ก็ร้ายและเป็นนังตัวแสบได้ไม่แพ้กัน….Freedom Writers อาจจะไม่ใช่หนังที่เพอร์เฟ็กต์ในด้านproduction ดูหวือหวาอะไรมาก และค่อนข้างเหมือนอารมณ์หนังเกรดB จากRight Beyond สมัยก่อน แต่หนังก็รักษาแนวทางของตัวเองได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

Contact

โทรศัพท์ 086 305 3011 , 099 453 8836  email: semsikkha_ram(at)yahoo.com

Location

29/15 ซอยรามคำแหง 21 ถนนรามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

Opening Hours

จันทร์ - ศุกร์ | 9 น. - 17 น.
เสาร์ - อาทิตย์ | ปิดทำการ

Follow Us

social logo facebook social logo line social logo gplus social logo youtube