เรื่องราวบนแผ่นฟิล์ม

20 ภาพยนตร์เกี่ยวกับความสูญเสียและความเศร้าโศกเสียใจ

ที่มา : http://www.a-bellamy.com/



Photo : https://i.pinimg.com/

 

อย่ายอมปล่อยให้ความเศร้า เสียใจ ครอบงำคุณ หากคุณรักใคร จงจดจำเขาไว้ในความทรงจำ เล่าเรื่องราวที่ดีงามส่งต่อให้คนอื่นได้รับรู้ และคนผู้นั้นจะไม่มีวันจางหายไปจากใจ

 

การได้รับรู้เหตุการณ์หรือมีประสบการณ์โดยตรงกับความเศร้าโศก เสียใจ ของคนรักที่จากไป ไม่ว่าจะเป็นลูกชาย พ่อ แม่ สามี หรือเพื่อนก็ตาม เป็นสิ่งที่จะเปลี่ยนความคิดและชีวิตของเราที่มีไปโดยทันที

แม้ว่าจะพูดได้ว่าความเศร้าโศก เสียใจ เป็นความรู้สึกที่สุดจะพรรณนา โดยมีภาพยนตร์หลายเรื่องต่างนำเสนอประเด็นนี้ได้อย่างสมจริง ซื่อสัตย์ และมีอารมณ์ร่วม ความรู้สึกของการสูญเสียคนที่เรารักนั้นถูกถ่ายทอดผ่านการแสดงที่ดีเลิศและการเข้าอกเข้าใจ โดยไม่ทอดทิ้งคนดู

20 ภาพยนตร์ต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นถึงเรื่องราวอันน่าสนใจของตัวละครที่เจ็บปวดจาการสูญเสีย เสียใจ หลากหลายตัวอย่าง เมื่อคุณดูหนังเหล่านี้แล้วคุณจะพบว่าการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เหล่านี้นั้นช่างแสนยากลำบากจริงๆ

  1. ปาดังเบซาร์ (2011)

ปาดังเบซาร์ (I carried you home)

ป่าน  (อภิญญา สกุลเจริญสุข) กับ ปิ่น (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) พี่น้องที่อยู่กันคนละที่ต้องมาพบกันในความจำเป็นท่ามบรรยากาศโศกเศร้าเมื่อแม่มาด่วนจากไป และเธอทั้งสองต้องนำศพแม่ไปทำพิธีที่บ้านเกิดสงขลา ระหว่างการเดินทางด้วยรถกระบะนั้น พี่น้องทั้งสองก็เริ่มสร้างความสัมพันธ์อีกครั้ง

แม้ความตายอาจนำมาซึ่งความสัมพันธ์โศกเศร้า เสียใจ แต่อีกด้านของความตายก็ทำให้บุคคลที่ต่างห่างเหินได้มาพบกัน ได้คลี่คลายความสัมพันธ์ที่อึดอัดคับใจ เหมือนดั่งพี่น้องคู่นี้

หนังนอกจากจะได้การแสดงของสองนักแสดงที่เข้าคู่กันได้ดีแล้ว การกำกับภาพก็ยังสร้างความรู้สึกห่างเหินไกลห่าง สร้างความรู้สึกเศร้าโศก เสียใจ ภายใน แต่เป็นความเศร้าที่มีโอกาสกลับมาต่อเติมซ่อมแซมความสัมพันธ์คนรอบข้างให้ผ่านพ้นคืนวันเลวร้ายไปด้วยกัน

  1. Beginners (2010)

beginners-2010

โอลิเวอร์ (Ewan McGregor) กราฟฟิกดีไซน์ เสียใจกับความตายของพ่อ เขาคือตัวละครหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งเปิดเผย 3 ช่วงเวลา หนังเริ่มต้น 2-3 เดือนหลังจาก ฮาล (Christopher Plummer) พ่อของเขาได้จากไป เขาได้พบกับแอนนา (Melanie Laurent) ทั้งคู่ออกเดินทางร่วมกันเพื่อแสดงให้เห็นความกระฉับกระเฉงและท้าทาย ให้ตัวเขาได้ออกห่างความเศร้าเพื่อเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่และทิ้งอดีตเอาไว้เบื้องหลัง

จุดหนึ่งหนังบอกว่าพ่อของโอลิเวอร์เป็นเกย์ เขาเริ่มต้นปลูกความสัมพันธ์กับชายเด็กกว่าคนหนึ่งและถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ในช่วงเวลานี้ภาพยนตร์ทำให้เห็นความตั้งใจและความกล้าหาญของฮาลที่ค้นหาความรักและอยู่อย่างซื่อสัตย์ต่อตนเอง

ภาพยนตร์เหมือนจริงและจริงใจต่อการนำเสนอภาพรูปแบบของความรัก, ความสูญเสีย, ความไว้วางใจ, ความสัมพันธ์ และการเริ่มต้นใหม่ในแบบที่แตกต่าง ถึงเราจะรู้ว่าไม่ใช่ทุกสิ่งจะนำไปสู่ happy ending ก็ตาม

  1. Welcome to the Rileys (2010)

james-gandolfini-kristen-stewart-welcome-to-the-rileys

ดั๊ก และ ลอยส์ ไรลีย์ แยกทางกันตั้งแต่ลูกสาววัยรุ่นของพวกเขาตายไป พวกเขากลายเป็นคู่ที่เย็นชาแสร้งทำเป็นมีชีวิตที่เงียบสงบ ดั๊กทำอาชีพผู้รับเหมาอุปกรณ์ประปา ใช้ชีวิตในแต่ละวันไม่ค่อยมีความกระตือรือร้นเท่าไหร่นัก ลอยส์ถูกความความกลัวครอบงำและไม่สามารถทิ้งบ้านไปไหนได้

ดั๊กเดินทางไปนิวออร์ลีนส์ไม่นาน เขาได้พบกับสาวนักเต้นระบำเปลื้องผ้า เธอทำให้เขากลับมาคิดทบทวนถึงชีวิตตัวเองอีกครั้ง เขาเป็นห่วงเธอเหมือนพ่อที่ห่วงลูกสาว เขาเริ่มช่วยเหลือเธอซ่อมแซมชีวิตที่ยุ่งเหยิง ในเวลาเดียวกันลอยส์บังคับตัวเองให้ออกจากบ้านและเดินทางไปพบดั๊ก

ตัวละครหลักแต่ละตัวในภาพยนตร์เรื่องกู้คืนความหวังและความแข็งแกร่งเพื่อสร้างชีวิตใหม่ของพวกเขาเอง ต่อสู้อย่างหนักเพื่อเผชิญกับความยากลำบากเท่าที่พวกเขาทำได้และเล็งหาวันคืนที่ดีต่อไป

  1. Rabbit Hole (2010)

rabbit-hole

นิโคล คิดแมน (Nicole Kidman) และอารอน เอคฮาร์ท รับบทเป็น เบคก้า และ โฮวี่ คอร์เบ็ตต์ ทั้งคู่เป็นคู่รักที่ฉลาดมีความสุขและเข้ากับคนง่าย แต่กลับกลายเป็นคนห่างเหิน พวกเขาปิดตัวเองแก่กันและกันหลังจากลูกชายของพวกเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ สามีไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติของเขาได้มีแต่เพิ่มความรู้สึกเจ็บปวด, ความรู้สึกผิด และความเศร้าสร้อยของภรรยาผู้ใช้ชีวิตด้วยความเจ็บปวดในชีวิตแต่ละวันอันแสนว่างเปล่า

ภาพยนตร์พิจารณาผลกระทบของการสูญเสียลูกไป ไม่เพียงความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักเท่านั้น แต่ยังเป็นความสัมพันธ์กับเครือญาติ, เพื่อน, และเพื่อนร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีการปฏิบัติอันซับซ้อนของคนอื่น ๆ ที่มาเกี่ยวข้องกับความปวดร้าวกับคู่รักนี้

  1. Monster’s Ball (2001)

    monsters-ball-2001

กำกับโดยมาร์ก ฟอสเตอร์ นำแสดงโดย บิลลี่ บ็อบ ธอร์นตัน, ฮัลลี่ เบอร์รี่ และฮีด เล็ดเจอร์ ภาพยนตร์เกี่ยวกับความเชื่อในทัศนคติและการค้นหาความหวังในที่ ๆ ไม่ได้คาดหวัง

แฮงค์ โกรโตสกี้ และลูกชายของเขาเป็นพัสดีผู้คุมนักโทษ พ่อของแฮงค์เป็นคนเหยียดสีผิวอาศัยอยู่กับเขา ถึงแม้กำลังจะตายด้วยอาการถุงลมโป่งพองและอยู่บนรถเข็น เขาก็ยังคงออกแรงอำนาจเหนือแฮงค์อยู่เสมอ ซึ่งทำให้เขาเป็นพ่อผู้หยาบคายกับลูกชายของเขา ส่วน ซันนี่ มีปัญหามาจากการความภาคภูมิใจต่อตนเองต่ำ และมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยทำให้พ่อของเขาพอใจได้ ซันนี่จึงฆ่าตัวเองตายอย่างโหดร้ายจากความโกรธและความสิ้นหวัง

เมื่อลูกชายฆ่าตัวตาย แฮงค์เสียใจมาก เขาลาออกจากงานและตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าจนคืนหนึ่งเขาพบเลติเซีย ผู้หญิงผิวดำผู้สิ้นหวังจากการที่ลูกชายของเธอถูกรถชน (ตายในโรงพยาบาล) คนสองคนผู้เสียใจและทุกข์ใจในที่สุดก็พบกับการปลอบโยนในอ้อมแขนกันและกันและเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้นแต่เป็นความสัมพันธ์ที่ทรงพลัง

Monster’s Ball เป็นหนังมาสเตอร์พีช ด้วยการแสดงที่น่าหลงใหลและมีเอกลักษณ์ ซึ่งทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังมองดูเข้าไปในหน้าต่างบ้านของใครสักคนอยู่ หลีกเลี่ยงความคลิเช่ ภาพยนตร์บันทึกทั้งความน่ารังเกียจ, ความเกลียดชัง, ความเศร้าโศก, ความรักและการไถ่ถอนอย่างน่าทึ่ง

  1. Up (2009)

    up-2009

อนิเมชั่นที่น่ารื่นรมย์จากพิกซาร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของคุณปู่เซลล์แมนวัย 78 ปี ชื่อ คาร์ล เฟรดริกสัน ที่กลายเป็นม่ายและะปฏิเสธที่จะออกจากบ้านที่เขาเคยร่วมแบ่งปันกับภรรยาสุดที่รักของเขา

หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่เริ่มต้นอย่างกระทบใจ 15 นาทีแรกบอกเล่าเรื่องราวว่าคาร์ลและภรรยาอนาคตของเขาได้พบกันขณะที่พวกเขาเป็นเด็กและมีชีวิตที่สวยงามในตอนที่พวกเขาอาศัยอยู่ด้วยกัน

หลังจากพบกับ นักสำรวจวัย 8 ขวบชื่อว่ารัสเซล ในที่สุดคาร์ลได้เติมเต็มความฝันตลอดชีวิตที่เขาเคยแบ่งปันร่วมกับภรรยามาก่อน นั่นคือการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ ไปด้วยกันรัสเซล และหมาชื่อดั๊ก เขาเดินทางไปกับบ้านของเขาที่อยู่บนหลังผ่านป่าของทวีปอเมริกาใต้ นี่คือหนังที่ตอกย้ำในการมีชีวิตครั้งใหม่ และไม่ให้ความเจ็บปวดมากำหนดตัวคุณ

  1. The Descendants (2011)

    thedescendants2

จากอเล็กซานเดอร์  เพย์น ผู้กำกับ Sideways และ About Schmidt  ตอนนี้ The Descendants เป็นหนังดราม่าครอบครัวศูนย์กลางอยู่ที่ แมตต์ คิง (จอร์จ คลูนีย์) นักกฎหมายชาวฮาวายและเจ้าของที่ดิน ยังเป็นชายผู้ไม่ไยดี และพ่อผู้ไม่แยแส เขาต้องพบกับช่วงเวลาวิกฤติที่สุดในชีวิต แมตต์ถูกบังคับให้ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับโศกนาฏกรรมในครอบครัว

แมตต์ต้องรับมือกับอาการบาดเจ็ดอันน่าวิตกของภรรยา เธอนอนโคม่าและอาจจะไม่ตื่น เขาต้องช่วยบรรเทาลูกสาวสองคนให้ผ่านช่วงวิกฤติไปให้ได้ ในขณะที่พยายามสร้างความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับลูกสาวคนโต ที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันมานาน เขายังต้องตัดสินใจครั้งใหญ่เกี่ยวกับการขายที่ดินซึ่งครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของนานตั้งแต่ปี 1860s

The Descendants เป็นหนังที่ซับซ้อนทางอารมณ์และการแบกภาระของพ่อคนหนึ่งที่ต้องรับมือสถานการณ์อันยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ทั้งการต้องเตรียมพร้อมทำใจกับการจากลาไปของคนรักอย่างฉับพลัน และการจัดสรรชีวิตอันบูดเบี้ยวให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพิ่มเติม : บทวิจารณ์ภาพยนตร์ The Descendants (2011)

  1. Things We Lost in the Fire (2007)

    things-we-lost-in-the-fire-2007

ออเดรย์ เบิร์ก (ฮัลลี่ เบอร์รี่) สามีตายเพราะพยายามหยุดคนแปลกหน้ามาจากทำร้ายภรรยาตัวเอง ออเดรย์จึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในความสันโดษและโศกเศร้าหลังจากนั้น กับลูกสองคนในบ้านชานเมืองที่สวยงาม แม้ว่าเธอจะไม่เคยเห็นใจเพื่อนของสามีมาก่อนย่าง เจอรี่ (เบเนซิโอ้ เดล โตโร่) อดีตทนายความและคนติดยา ออเดรย์ชวนเขาย้ายเข้ามาอยู่ในห้องติดกับโรงรถเพื่อช่วยให้เขาเอาชนะปัญหาติดยาหลังจากผ่านพ้นพิธีฝังศพของสามีเธอ

เรื่องนี้เป็นการแสดงภาพอย่างซื่อตรงของความเศร้าโศกและความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับตัวละครที่มีข้อบกพร่องที่ร่วมมือกันเพื่อลุกขึ้นยืนอีกครั้งด้วยลำแข้งของตัวเอง หนังจะพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังและความจริงใจ

  1. Babel (2006)

    babel-movie-brad-pitt

ภาพยนตร์ดราม่าสุดโดดเด่นจากผู้กำกับ อเลฮันโดร กอนซาเลซ อินาร์ริตู มุ่งความสนไปยังเรื่องราว 4 เรื่องราวที่ถักทอเข้าด้วยกัน ซูซาน (เคท แบลนเชต) และ ริชาร์ด โจนส์ (แบรด พิตต์) คู่แต่งงานเศร้าโศกกับความตายของลูกน้อย จึงตัดสินใจเดินทางไปโมร็อคโคหวังไว้ว่าจะใกล้ชิดกันอีกครั้ง  ส่วนในประเทศญี่ปุ่นวัยรุ่นสาวหูหนวก-ใบ้อาศัยอยู่ในความทรมานเนื่องจากแม่ของเธอฆ่าตัวตายและเธอไม่สามารถเชื่อมความสัมพันธ์กับพ่อของเธอได้

นี้เป็นเพียงสองตัวอย่างจากสี่ครอบครัว สี่เรื่องราว และสี่วัฒนธรรมซึ่งนำทางพวกเราให้ผ่านการเดินทางที่เข้มข้นและเข้าถึงอารมณ์ระหว่างความเปราะบางของตัวละครทั้งหลาย

  1. Ordinary People (1980)

    ordinary_people_

ภาพยนตร์ดราม่าครอบครัวของโรเบิร์ต เรดฟอร์ด เรื่องนี้เป็นการเปิดตัวเป็นผู้กำกับครั้งแรกของเขา หมุนวนรอบ 3 สมาชิกครอบครัวในแบบฉบับอเมริกัน เริ่มที่ พ่อ (โดนัลด์ ซูเธอร์แลนด์) เป็นคนเอาใจใส่และเป็นมิตรผู้พยายามอย่างหนักเพื่อตีสนิทกับลูกชายผู้เศร้าสลด  คอนรัด (ทิโมธี่ ฮัตตัน) เป็นลูกชายคนสุดท้องของพ่อแม่ เขาเป็นวัยรุ่นผู้ทุกข์ทรมานกับความผิดจากการตายของพี่ชายของเขา ส่วน แม่ (แมรี่ ไทเลอร์ มัวร์) เป็นผู้หญิงเลือดเย็นซึ่งหลังจากการจากไปของลูกชายสุดที่รักอันน่าเศร้า (บางทีเพราะเป็นคนเดียวที่เธอเคยรักจริงๆในชีวิตของเธอ) เธอจึงปิดตัวเองภายใต้ความตลกร้ายของครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ

การตายของลูกชายคนโตในอุบัติเหตุเรือและลูกชายผู้รอดตาย (ที่พยายามจะฆ่าตัวตาย) ตกอยู่ในอันตรายของการล่มสลายทางจิตวิทยา  ครอบครัวนี้จะต้องเผชิญกับความจริงอันน่ารังเกลียดภายใต้ ‘ความสมบูรณ์แบบครอบครัวชนชั้นกลางในเมือง’ที่เจ้าเลห์และเกี่ยวข้องกับวิธีการที่พวกเขารู้สึกจริงๆต่อกันและกัน

  1. Still Walking (2008)

    still-walking-%e6%ad%a9%e3%81%84%e3%81%a6%e3%82%82-%e6%ad%a9%e3%81%84%e3%81%a6%e3%82%82-2008

ผลงานชิ้นเอกเรื่องนี้มากจากผู้กำกับ ฮิโรคาสุ โคเรเอดะ (รู้จักกันดีจากเรื่อง Nobody Knows, After Life และ Like Father Like Son) เรื่องเกิดขึ้นในวันฤดูร้อนที่ ครอบครัวโยโกะยาม่า รวมตัวกันเนื่องในโอกาสครบรอบวันตายของลูกชายคนโต

จุนเป จมน้ำตายมาสิบห้าปีแล้วขณะที่ช่วยเด็กชายอีกคนหนึ่ง ความตายของเขาสร้างความเสียใจให้กับครอบครัว ไม่เพียงเพราะเขาเป็นลูกชายคนโตของบ้านเท่านั้น (ทายาทครอบครัว) แต่ยังเป็นเพราะเขาได้รับการยกย่องจากน้องชายคนเล็กของเขา เรียวตะ ซึ่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็สูญเสียความสามารถในการเข้าหาครอบครัวของเขาทันที

บทเรียนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นค่อยๆ คลี่คลายไปในหนึ่งวันและหนึ่งคืน ไม่แตกต่างจากภาพยนตร์เรื่องอื่นที่ครอบครัวส่วนมากถูกหลอกหลอนอย่างเจ็บปวดมาจากความตายของญาติใกล้ชิด ครอบครัวจะรวมกันกินอาหารและเฉลิมฉลองในวันพิเศษ ปัญหาของครอบครัวหลบซ่อนอยู่ภายใน คนดูจะเริ่มสังเกตเห็นช้าๆ ถึงความรู้สึกแท้จริงของสมาชิกของครอบครัวแต่ละคน ถึงแม้จะพยายามจะซ่อนมันในระหว่างการรวมตัวกันเท่าไหร่ก็ตาม

  1. The Big Chill (1983)

    the-big-chill

หลังจากที่อเล็กซ์ฆ่าตัวตาย สมาชิก 7 คน อดีตกลุ่มเพื่อนในวัยเด็กมารวมตัวกัน เพื่อไว้อาลัยการเสียชีวิตของเพื่อนของพวกเขาหลังจากไม่ได้ติดต่อกันเป็นปี

พิธีฝังศพและการต้อนรับแขกนำไปสู่วันหยุดสุดสัปดาห์ที่บ้านชนบท สมาชิกสองคนในกลุ่มเริ่มต้นพูดคุยเกี่ยวกับชีวิต, ความสัมพันธ์ และแรงจูงใจของเขา ในขณะที่พยายามรับมือกับความตายที่น่าเศร้าของอเล็กซ์

  1. Ponette (1996)

    ponette-1996

เมื่อ โปเนตต์ (Victoire Thivisol) แม่เสียชีวิตในอุบัติเหตุรถยนตร์ เด็กน้อยวัย 4 ขวบต้องเผชิญกับความรู้สึกเจ็บปวดของความสูญเสีย อารมณ์ที่เธอยังไม่พร้อมสำหรับการเติบโตเพื่อเข้าใจ

การมีปัญหากับการยอมรับความจริงที่จะไม่ได้เห็นแม่ที่มีค่าของเธออีกแล้ว โปเนตต์จึงปิดตัวเองออกจากโลกแห่งความจริงและเริ่มค้นหาวิธีเพื่อจะได้เห็นและพูดคุยกับแม่ของเธออีกครั้ง

ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยฝรั่งเศส ฌาคส์ โดลิยง ที่โดดเด่นด้วยฉากและการสนทนาที่สร้างขึ้นระหว่างเด็กน้อยและมันแสดงให้เห็นมุมมองของเด็กเกี่ยวกับการสูญเสียคนที่รักไป

  1. Ida (2013)

    ida-jpg

ภาพยนตร์ขาวดำสวยงาจากโปแลนด์เรื่องนี้ กำกับโดย Pawel Pawlikowski บอกเล่าเรื่องราวของแอน หญิงสาวเกี่ยวกับการสัตย์สาบานสุดท้ายของเธอในคอนแวนต์ สถานที่เธอถูกนำมาทิ้งตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก

ตามคำสั่งของหัวหน้านางชี แอนนาได้พบกับ แวนดา ป้าของเธอ, ผู้พิพากษาและหนึ่งสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ และญาติคนเดียวของเธอที่เหลืออยู่  เธอไม่เพียง แต่พบว่าชื่อจริงของเธอคืออิด้า เธอยังพบว่าเธอเป็นยิว เธอร่วมมือกับป้าเริ่มต้นการค้นหาสำหรับส่วนที่เหลืออยู่ของพ่อแม่อิด้าและลูกชายของแวนดาที่เสียชีวิตในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ขณะที่หนังดำเนินไป คนดูจะตื่นตาตื่นใจกับการถ่ายทำอย่างกับเป็นภาพนิ่ง ในเวลาเดียวกันภาพยนตร์ตั้งอยู่ในช่วงเวลามืดมิดของประวัติศาสตร์และมันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ยินดียินร้ายอะไรบนใบหน้าของตัวละครที่มีเสน่ห์อย่างอิด้า ผู้ได้เห็นโลกภายนอกครั้งแรกในชีวิตของเธอ

  1. The Sweet Hereafter (1997)

    the-sweet-hereafter-1997

โศกนาฏกรรมเข้าไปถึงเมืองเล็ก ๆ ในรัฐบริติชโคลัมเบีย รถโรงเรียนเต็มไปด้วยเด็กตกลงไปในทะเลสาบน้ำแข็ง เด็กหลายคนเสียชีวิต ก่อนหน้านี้เป็นเมืองที่เป็นมิตรมากกลับกลายเป็นสถานที่น่าเวทนา นักกฎหมายผู้ที่ระบุว่าตัวเองมีความทุกข์ทรมานจากการเป็นพ่อแม่ที่โศกเศร้าเริ่มต้นเป็นตัวแทนในรวมตัวกันต่อสู้แบบกลุ่ม อีกทางหนึ่ง เขาก็เคยสูญเสียลูกไป ลูกสาวของเขากลายเป็นคนติดยาและหนีออกไปจากบ้าน

ภาพยนตร์เศร้าเรื่องนี้มีการวิเคราะห์รายละเอียดและอารมณ์ของความเศร้าโศก มันแป็นเรื่องกี่ยวกับดำเนินชีวิตหลังจากสูญเสียจิตวิญญาณและต้องการมีชีวิตที่มีความสุข

  1. Departures (2008)

    departures-2008

ไดโกะ โคบายาชิ (มาซาฮิโระ โมโตกิ) เป็นนักเชลโลตอนนี้ว่างงาน เคยเล่นในวงออร์เควสตร้าทั่วเมืองโตเกียว บังคับให้ตัวเองกลับไปอยู่ด้วยกันกับภรรยาของเขาในบ้านเกิดเพื่อหางาน เขาเริ่มต้นทำงานในบ้านที่มีคนตาย ช่วยเจ้าของเตรียมร่างของผู้เสียชีวิต สำหรับการอำลาครั้งสุดท้ายให้กับครอบครัวและเพื่อน ๆ

หนังเรื่องนี้หมุนวนรอบพิธีกรรมความตายในประเทศญี่ปุ่นและแสดงให้เห็นถึงศิลปะ ‘โนคังชิ’  ศิลปะของ “คนเฝ้าประตู” ระหว่างชีวิตและความตาย

ในขณะที่ภรรยาของเขาและคนอื่น ๆ รู้สึกรังเกียจและดูถูกงานของเขา ไดโกะกลับตระหนักถึงความสำคัญของพิธีกรรมทางผ่านสำหรับครอบครัวและเพื่อนสนิทของผู้ตาย ต่อมาเขาก็พบการปลอบโยนและการสนับสนุนในงานของเขาเพื่อจัดการกับการตายของพ่อที่แท้จริงของเขา นี่เป็หนังที่ถ่ายทอดวาระสุดท้ายของความตายได้สวยงามที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

  1. 21 Grams (2003)

    21-grams-2003

อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่น่าเศร้าจัดวางอารมณ์ภาพยนตร์เรื่องนี้และสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 3 ตัวละครหลักขึ้นมา คริสติน่า เพ็ค (นาโอมิ วัตส์) เป็นอดีตไอขี้ยา และเป็นแม่ผู้สียใจจากความตายของลูกสาวและสามีในอุบัติเหตุ แจ็ค จอร์แดน (เบนิซิโอ เดลโทโร) เป็นอดีตนักโทษที่พบการไถ่บาปในศาสนาและเป็นผู้กระทำผิดของอุบัติเหตุ พอล ริเวอรส์ (ฌอน เพนน์) เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยกำลังตายผู้สิ้นหวังเพราะจำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนถ่ายหัวใจ

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีพล็อตที่มีความทะเยอทะยานผสมผสานสามช่วงเวลาที่แตกต่างกันของชีวิตของตัวละคร ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดมาก็เริ่มต้นด้วยฉากไคลแม็กซ์ทันที แต่ไม่ได้ลดความตื่นเต้นของหนังเรื่องลงแต่อย่างใด การแสดงที่สวยงามและวิธีถ่ายทำดิบๆทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นงานที่หาที่เปรียบได้ยากนัก

  1. Last Tango in Paris (1972)

    last-tango-in-paris-1972

Last Tango in Paris  เป็นภาพยนตร์อื้อฉาว กำกับโดย เบอร์นาร์โด เบอร์โตลุชชี่ นำเสนอผลกระทบทางจิตใจของเหตุการณ์ฆ่าตัวตายของผู้หญิงคนหนึ่งในชีวิตสามีของเธอ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงจากผู้ชมเพราะมันมีหนึ่งในฉากเซ็กซ์ที่น่าอับอายที่สุดในภาพยนตร์ (เมื่อ พอล มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักกับ จีน อยู่บนพื้นอพาร์ทเม้น) และหลาย ๆ ฉากที่เกิดข้อขัดแย้ง

ตัวละคร มาร์ลอน แบรนโด้ อาศัยอยู่ในความทุกข์ทรมานเพราะเขาไม่เข้าใจเหตุผลที่ภรรยาของเขาฆ่าตัวตายและทำไมเธอไม่เคยรักเขาเลย การเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้หญิงคนหนึ่ง (มาเรีย ชไนเดอร์) ที่เขาพบในอพาร์ทเมนต์ปารีส ตัวละครทั้งสองเริ่มดำเนินการทางกามารมย์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโกรธกริ้วสิ้นหวัง ความอ่อนแอบาดใจของผู้ชายคนหนึ่งที่จิตวิญญาณหลงทาง

  1. Sophie’s Choice (1982)

    sophies-choice-1982

Sophie’s Choice  สร้างโดยอลัน เจ. พาคูล่า เป็นการดัดแปลงนิยายของ William Styron ปี 1979 เกี่ยวกับนักเขียนหนุ่มที่ย้ายไปอยู่ที่บรูคลินในปี 1947 เพื่อบรรลุความฝันของการเป็นนักประพันธ์ ในอพาร์ทเมนต์ที่เขาอาศัยอยู่เขาได้พบกับคู่รักฟุ้งเฟ้อ โซเฟียเป็นผู้หญิงโปแลนด์ และนาธานเป็นผู้ชายสัญชาติยิว  สติงโก้ ตกอยู่ภายใต้มนต์สะกดของทั้งสองคนอันมีเสน่ห์และดึงดูดทันที เมื่อความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนเติบโตขึ้น เขาพึงตระหนักได้ถึงความสัมพันธ์ที่ขัดแย้งระหว่างสองคนเช่นเดียวกับรัศมีมืดมืดที่คลุมผ่านอดีตของโซเฟีย

โซฟีเริ่มแบ่งปันความทรงจำของเธอกับ สติงโก้ ในโทนสารภาพ บอกเขาว่าเธอรอดชีวิตออกมาจากค่ายกักกันและมีลูกสองคน ขณะที่เธอเล่าเรื่องราวของเธอนั้น ภาพยนตร์ก็แสดงแฟลชแบ็คบ้างซึ่งแสดงให้เห็นถึงภาพที่ใจสลายของยุคสมัยแห่งความบ้าคลั่งและความโหดร้ายทารุณ เหตุการณ์ที่น่าเศร้าของอดีตที่ผ่านมาของโซฟี ถูกแสดงโดยฝีมือการแสดงที่เก่งกาจมากโดยเมอรีล สตรีฟ

  1. Three Colors: Blue (1993)

    three-colors-blue-1993 เสียใจ

จะเกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อเธอตื่นขึ้นมาและพบว่าสามีและลูกสาวของเธอเสียชีวิตในอุบัติเหตุรถยนต์ อะไรจะเกิดขึ้นกับความทรงจำ, ข้าวของเครื่องใช้ และเรื่องราวที่เธอเคยร่วมแบ่งปันกับคนสองคนที่สำคัญที่สุดในโลกของเธอ

จูเลียง บิโนช เล่นเป็นจูลี่ แม่ของลูกสาวตัวน้อยและเป็นภรรยาของนักประพันธ์เพลงชื่อดัง เธอต้องตัดขาดมาจากโลก และตัดจากชีวิตของเธอที่เธอเคยอาศัยอยู่จนกว่าชีวิตจะหาไม่ ชีวิตเธอไม่ปรารถนาที่จะอยู่ต่อไป เพื่อที่จะสามารถทนกับความเจ็บปวดและรักษาสติของเธอ เธอจึงย้ายออกจากบ้านและเมืองของเธอ ตัดขาดการติดต่อกับคนที่รู้จัก และเริ่มต้นชีวิตอันแสนสันโดษและว่างเปล่า

Blue เป็นภาพยนตร์ เปิดฉาก ไตรภาค the Three Colors (Blue, White and Red) สีฟ้าไม่ได้เป็นเพียงสีของเสรีภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของความเศร้าโศกเสียใจของจูลี่ในหนังเรื่องนี้อีกด้วย

Location

29/15 ซอยรามคำแหง 21 ถนนรามคำแหง แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

Contact

โทรศัพท์/โทรสาร 02-314 7385
email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Opening Hours

จันทร์ - ศุกร์ | 9 น. - 17 น.
เสาร์ - อาทิตย์ | ปิดทำการ

Follow Us

social logo facebook social logo line social logo gplus social logo youtube