แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2011 เวลา 18:57 น. เขียนโดย สุจินต์ จันทร์นวล วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2011 เวลา 00:00 น.
ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก คอลัมน์ สนามเรื่องสั้น-สั้น
เขียนโดย สุจินต์ จันทร์นวล

ทีแรกก็ไม่รู้สึกอะไรมาก เมื่อมีข่าวว่าทางเหนือน้ำท่วม เพราะมีมรสุมเข้าหลายลูก น้ำเหนือไหลบ่า และน้ำเริ่มจะเต็มเขื่อนนั้นเขื่อนนี้ ทางการแจ้งเตือนประชาชนท้ายเขื่อน ให้ระวังภัยน้ำหลาก ไม่รู้สึกอะไร ก็เพราะมันเป็นข่าวแทบทุกปี ในช่วงเดือนตุลาคม ปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว น้ำทะเลหนุนสูง วันลอยกระทง มันก็เป็นของมันอย่างนี้ ตามปกติธรรมดาของธรรมชาติประเทศไทย ตั้งแต่จำความได้ในประเทศนี้ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน
เดี๋ยวข่าวตามมาก็จะเป็น ทางการไปแจกถุงยังชีพ มีการเรื่ยไรเงินและสิ่งของจากประชาชน ไปช่วยภัยน้ำท่วมที่นั่นที่นี่ ไม่มีใครพูดถึงว่าเพราะอะไรน้ำถึงท่วม จะต้องมีการป้องกัน การบริหารจัดการอย่างถาวรและเป็นระบบกันอย่างไร
พอหมดเรื่องน้ำท่วม ก็จะเป็นภัยหนาวทางภาคเหนือ ทางการก็จะไปแจกผ้าห่ม ประชาชนก็เรี่ยไรเงินและเสื้อผ้าไปแจกชาวเขา คนภาคอื่นชอบหมดเรื่องอากาศหนาว ยกเว้นคนภาคเหนือบนเขา ทั้งๆ ที่เขาอยู่กันมาตลอดชีวิต ไม่รู้ทำไมถึงไปคิดแทนพวกเขาได้ขนาดนั้น
พอเข้าหน้าร้อนก็เกิดแห้งแล้ง ทางการเอารถน้ำไปแจก ไร่นาเรือกสวนเสียหายเพราะขาดน้ำ ก็มีการโทษกันไปกันมา ในระหว่างหน่วยงานรัฐ ฝ่ายหนึ่งเตือนว่าไม่ควรปลูก อีกฝ่ายส่งเสริมให้ปลูก แทนที่จะมาพูดกันถึงต้นเหตุ เรื่องบริหารจัดการแหล่งน้ำ
แต่ปีนี้ข่าวเรื่องน้ำท่วมมีมาไม่หยุด แถมยังมีสีสันเข้มข้น เพราะพอดีเป็นช่วงที่เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ๆ ที่ใครๆก็พยายามอุปโลกน์ว่า นารีขี่ม้าขาวมากอบกู้บ้านเมือง ควรจะให้เวลากันก่อนจะไปติฉินนินทาว่าหยั่งงั้นหยั่งงี้ ประกอบกับวิวัฒนาการของสื่อ การแข่งขัน และช่องทางการเผยแพร่ข่าวสาร มันรวดเร็วและมีหลากหลายมิติ ไม่ใช่แค่วิทยุหรือทีวี แต่มันมีสังคมออนไลน์ อยู่ที่ไหนก็รับข่าวสารกันถึงที่ ไม่ว่าจะอยู่หลืบไหนซอกใดๆ ของประเทศ ข่าวสารมันส่งถึงมือ แทงเข้าหู ทะลุเข้าถึงตา
ข่าวสารจึงพักเรื่องการเมือง มาขายข่าว สร้างกระแสเรื่องน้ำท่วมกันเมามัน แข่งขันกันจนเป็นเทรนด์ ใครไม่เล่นข่าวน้ำท่วมก็ตกเวทีไปเลย จึงต้องมีการใส่สีตีข่าว มีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจริงทั้งปลอม มาพูดคุยถามไถ่ ในเมื่อคนฟากรัฐบาลพูดแล้วประชาชนฟังไม่เข้าใจ
ยังรวมทั้งบรรดานักการเมืองที่อยากดัง อยากเป็นข่าว ออกมาพ่นน้ำลายทั้งเข้าท่าและไม่เข้าท่า บางคนก็ออกเว่อร์ ออกเฟอะฟะ เละเทะไปเลยก็มี ใครเป็นใครก็คงรู้อยู่แล้ว มันกรอกหู ตำตาอยู่ทั้งวัน สร้างความตื่นตระหนก ทำให้เครียดและตกอยู่ในภาวะดกดันกันไปหมด คนที่จิตตกก็หวาดผวา เอาแต่นั่งคิดนอนคิดก็เลยไม่หลับ ว่าจะทำยังไงให้บ้านช่องทรัพย์สินของตัวเองพ้นภัย ไม่อยากเป็นอย่างในภาพในข่าวที่เห็น น้ำท่วมมิดหลังคา คนต้องลอยคอ อพยพหนีน้ำกันโกลาหนอลหม่าน
วันนี้น้ำมาถึงนี่แล้ว มวลน้ำมหาศาล ทำนบกั้นไม่อยู่ ตรงนั้นแตกตรงนี้พัง น้ำทะลัก ทะลุทะลวงเข้าท่วมที่นั่นที่นี่ ไม่นานมันต้องมาถึงตัวเองแน่ เค้าบอกว่ามันจะถึงเมตรสองเมตร ท่วมถึงอกถึงคอ น้ำทะเลก็จะหนุน ฝนก็ยังจะตกอีก ดีเปรสชั่นยังไม่หมด ที่โน่นเอาไม่อยู่แนวกั้นที่นี่ก็แตก มันสับสน มันหลากหลายข้อมูล จนไม่รู้ว่าอันไหนที่เชื่อได้อันไหนที่ไม่น่าเชื่อ อะไรที่ไม่เคยเห็น ก็ได้เห็น อะไรที่ไม่เคยรู้ ก็ได้รู้ ทั้งเรื่องเหตุการณ์ และเรื่องคน หลายที่ๆเคยอยู่มาก่อนบ้าง หรือผ่านมาก่อนบ้าง หรือคุ้นเคยพอสมควร ก็พอวาดภาพและเดาออก เวลาเห็นบนจอทีวี แผนที่มันอยู่ในสมองเรียบร้อย ก็พอจับผิดและเห็นชัดว่า ข่าวในทีวีมันเกินจริงและใส่ไข่ยังไง อย่าง ”น้ำเอ่อล้น”ถนนก็ใช้คำว่า ”น้ำท่วม” น้ำเข้าท่วมในหมู่บ้านหนึ่งในอำเภอนั้น ก็ใช้คำว่า อำเภอนั้นน้ำเข้าท่วมแล้ว
คนที่ไม่รู้จริงไม่คุ้นเคย จะไปเข้าใจเป็นอย่างอื่นได้ยังไง พูดแบบนี้ก็แปลว่าท่วมทั้งหมด แล้วคนที่รับข่าวสารอยากจะรู้นักว่า มีสักกี่เปอร์เซ็นต์ ที่กางแผนที่เพื่อจะได้เข้าใจพื้นที่ที่แท้จริง คลองนั้นคลองนี้ ตัดกับคลองโน้นตรงไหน แค่พูดเรื่องมวลน้ำหรือกระแสน้ำ มีปริมานกี่ล้านลูกบาทเมตร ความเร็วของกระแสน้ำ เท่านั้นเท่านี้ต่อวินาทีบ้าง นาทีบ้าง ยังกับตัวเลขเหล่านั้นมันจะช่วยให้ชาวบ้านเข้าใจ ฟังแล้วยิ่งสับสน ตรงไหนสูง ตรงไหนต่ำ ต่ำกว่าอะไร สูงกว่าอะไร ต่ำเท่าไหร่ สูงเท่าไหร่ มั่วไปหมด พอๆ กับคนที่ออกมาพูด คนที่รู้เรื่องและทำหน้าที่โดยตรง ไม่มีโอกาสออกมาพูด หรือออกมารับผิดชอบ แต่กลายเป็นโฆษกทีวีบ้าง นักการเมืองที่ไม่เคยรู้เรื่องน้ำ
ข่าวสารมันก็เลยหลุดโลกไปเลย ข่าวหลุดโลกก็ไม่ว่า คนมีสติปัญญาเค้าก็รู้เอง เพราะเค้าคิดเป็นไตร่ตรองเป็น แต่มันมีเยอะ สำหรับคนที่ฟังปั๊บก็เชื่อปุ๊ป ไม่ได้หยุดคิดหรือพิจารณาอะไรทั้งนั้น ไม่งั้นมีหรือนารีจะขี่ม้ามาได้ แค่สมัครก็ได้รับเลือก ทำอะไรมา เก่งแค่ไหนไม่มีคนรู้ด้วยซ้ำ ได้มาบริหารประเทศเฉยเลย
เมื่อคนแตกตื่น ก็ทำให้อะไรๆแปลกๆให้เห็น แห่ไปซื้อของกักตุน ถุงทรายและทราย อิฐบล็อก กลายเป็นสินค้าควบคุม ใครจะไปคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ น้ำดื่มหายไปจากท้องตลาด คนก็บ้าได้ที่ จะต้องหาซื้อน้ำดื่มกินให้ได้ กลัวอดตาย ทั้งๆ ที่ย้อนกลับไปสิบกว่าปีก่อน เมื่อสมัยที่ไม่มีน้ำดื่มผลิตขายในท้องตลาด คนไทยกินน้ำอะไรกัน กินน้ำประปาต้ม น้ำกรอง น้ำฝน กันทั้งนั้น พอมีน้ำขวด มีการโฆษณา มีการทำตลาด ก็เลยกินได้แต่น้ำขวด กลายเป็นคนไทยต้องซื้อน้ำกิน ได้เห็นรถยนต์หายไปจากท้องถนน เพราะเอาไปจอดหนีน้ำกันตามสะพานลอย ตามทางด่วน ตามที่จอดรถในห้าง สนามบิน วันหยุดขับรถสบาย รถไม่ติด ปลอดโปร่งโล่งถนน จนอยากให้กรุงเทพฯ มีการจราจรแบบนี้ตลอดไป
เห็นในซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่มีบะหมี่สำเร็จรูปขาย ของหมดเป็นชั้นๆ ประชาชนช่วยกระจายสินค้า ช่วยกันเอาไปเก็บกักตุนที่บ้าน ทำให้บริษัทผู้ผลิตและจำหน่าย ลดสต็อกได้อย่างเห็นผล
เห็นวิธีการกั้นน้ำแบบดึกดำบรรพ์ กระสอบทราย หรือไม่ก็คันดิน โดยไม่ได้มีการคำนวณความดัน และปริมานของน้ำเลย กั้นเท่าไหร่มันก็แตก มันทานกำลังน้ำไม่ไหว ถ้ามันไม่แตก คนนั่นแหละก็ทำให้มันแตก เพราะคนที่ถูกน้ำท่วม ก็ทนอิจฉาคนที่น้ำไม่ท่วมไม่ได้ ในเมื่อกูลำบาก คนอื่นก็ต้องลำบากด้วย ใครเห็นแก่ตัว ก็คงเถียงกันไม่เลิก เห็นคนดีๆ มีความรู้ ต้องไปช่วยกรอกทราย ไปช่วยผู้ประสบภัยพิบัติ ด้วยจิตใจและความเสียสละ ไม่เลือกสีเลือกฝ่าย ในขณะที่คนอีกพวก เอาแต่หาเรื่องไม่เลิก เห็นพรรคที่เก่งเรื่องไฟ แต่ต้องไปบริหารเรื่องน้ำ ความอ่อนด้อยทางภูมิปัญญา ของคนที่ได้ชื่อว่าบริหารประเทศ บริหารเมือง นิสัยและจุดมุ่งหมายที่แท้จริง ในวิกฤติครั้งนี้ อย่างชัดเจน เห็นคนที่เอารัดเอาเปรียบ ฉกฉวยโอกาส ขูดรีดคนที่เดือดร้อน เห็นคนที่คิดถึงแต่ตัวเอง โดยไม่สนคนส่วนใหญ่ คนที่ใช้วิกฤติเป็นโอกาสได้เก่ง และคนที่เห็นวิกฤติแล้วร้องไห้ ความเห็นแก่ตัวของใครต่อใคร ที่หากไม่มีวิกฤติ ก็คงไม่ได้รู้ได้เห็น
เห็นคนที่รู้จริง ได้แต่ห่วงและวิตก อยากจะช่วยแต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะระบบมันค้ำคอ
ที่รับรู้ รับฟัง และใคร่ครวญมาทั้งหมด จึงนั่งทำใจให้นิ่ง ปลงให้ตก อะไรมันจะเกิดก็ให้มันเกิด วิกฤติน้ำท่วม เท่าที่จำได้และเคยเผชิญมา มันก็ไม่นานสักเท่าไหร่ น้ำยังไงมันก็ไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ คนก็ช่วยให้มันไหลแรงและเร็วขึ้น ด้วยเครื่องสูบ และก็คนอีกนั่นแหละ ที่ไปทำให้มันท่วม ให้มันแรงและเร็ว ด้วยการไปตัดไม้ทำลายป่า ด้วยการไปสร้างถนน สร้างโน่นนี่ขวางทางน้ำบ้าง หรือขวางไม่ให้สร้างเขื่อนกั้นน้ำบ้าง คนที่ทั้งรู้และไม่รู้
คนที่มีหน้าที่แก้ปัญหา แค่วางคนวางระบบทำงาน ก็หาเอกภาพไม่เจอ หาคนเหมาะสมไม่พบ
พ่อก็ทำเตรียมป้องกันไว้ให้หมดแล้ว แบบพอเพียง เพราะรู้ว่าไม่มีใครมาทำมาคิดระยะยาวเรื่องนี้เลย แค่จะรักษาตัวกันให้อยู่ครบสี่ปี ก็ยากแสนสาหัสกันอยู่แล้ว เอาเวลาและความตั้งใจที่ไหน จะมีมาให้เรื่องนี้ สงสารจัง...ประเทศไทย
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|
ค้นหา
กิจกรรมที่กำลังจะมีขึ้น
| ....................................................... 20 พ.ค. 2012 - 20 พ.ค. 2012 รวมพลเพื่อนเสม "กลับทุกข์ กลับสุข" |
| ....................................................... 10 มิ.ย. 2012 - 10 มิ.ย. 2012 ฟังด้วยหัวใจ |
| ....................................................... 22 มิ.ย. 2012 - 24 มิ.ย. 2012 เผชิญความตายอย่างสงบ |
| ....................................................... 13 ก.ค. 2012 - 15 ก.ค. 2012 ซาเทียร์ : แปรเปลี่ยนและเติบโตสู่ความมั่นคงภายใน |
| ....................................................... 27 ก.ค. 2012 - 29 ก.ค. 2012 ฝึกทักษะการจับประเด็น ขั้นต้น |
| ....................................................... 18 ส.ค. 2012 - 19 ส.ค. 2012 การสื่อสารอย่างสันติ ขั้นต้น |
| ....................................................... 25 ส.ค. 2012 - 25 ส.ค. 2012 รวมพลเพื่อนเสม "รวมพลคนจับประเด็น" |
| ....................................................... 01 ก.ย. 2012 - 02 ก.ย. 2012 ง่ายงามในความธรรมดา : เส้นทางแห่งการฝึกตนของคนธรรมดา |
| ....................................................... 28 ก.ย. 2012 - 30 ก.ย. 2012 เผชิญความตายอย่างสงบ |
| ....................................................... 12 ต.ค. 2012 - 14 ต.ค. 2012 งาน พลังกลุ่ม และความสุข |
| ....................................................... 26 ต.ค. 2012 - 28 ต.ค. 2012 ซาเทียร์ : แปรเปลี่ยนและเติบโตสู่ความมั่นคงภายใน |
| ....................................................... 10 พ.ย. 2012 - 11 พ.ย. 2012 การสื่อสารอย่างสันติ ขั้นต้น |
















