ที่มา : http://charthree.wordpress.com/2011/10/27/movie-review-in-time/

หากคุณอยู่ในโลกที่ระยะ “เวลา” ในการใช้ชีวิตถูกกำหนดไว้ที่ 25 ปี และเมื่อเวลาที่มีอยู่นั้นกำลังจะหมดลงคุณจะทำอย่างไร? หากมีคนแปลกหน้ามอบเวลาให้คุณ ทำให้คุณสามารถอยู่ต่อไปได้อีก 100 ปี คุณจะใช้เวลาที่มีนั้นทำอะไร? นั่นคือคำถามในสมองของผมหลังจากดู Trailer ของภาพยนตร์เรื่องนี้ In Time
In Time กำกับโดยแอนดรูว์ นิโคล (Andrew Niccol) เล่าเรื่องของโลกที่อายุขัยถูกจำกัดที่ 25 ปี ซึ่งประเด็นนี้ก็ไม่นับว่าใหม่อะไร
แต่ In Time ทำหน้าตาออกมาได้น่าสนใจ โดยเป็นเรื่องราวของ หนุ่มคนหนึ่ง วิล ซาลาส (Justin Timberlake) ที่เวลา 25 ปี ของเขากำลังจะหมดลง (ซึ่งสามารถเช็คเวลาของตัวได้ง่าย ๆ โดยมีชุดตัวเลขบอกอายุขัยสีเขียวเรืองแสงอยู่ที่แขน)
วิลอาศัยอยู่ใน เขตเมืองของคนชนชั้นระดับล่าง ซึ่งในเรื่องนี้เรียกแต่ละเขตว่า Time Zone ซึ่งมีหลายเขตหลายชนชั้นโดยวัดระดับจากอายุขัยของคนในชนชั้นนั้น
และอายุขัยของเขาก็ใกล้หมดลง แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องช่วยเหลือ เฮนรี่ แฮมินตัน (Matt Bomer) ให้รอดจากมาเฟียประจำเขต ทำให้เขาได้รับเวลาเพื่มขึ้นเป็น 100 ปี นั่นคือจุดเริ่มต้น!
ใน โลกของ In Time นั้น ระบบเงินตราจะถูกยกเลิกไปแต่ทุก ๆ อย่างในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การโดยสารรถ การซื้ออาหาร ค่าจ้างการทำงาน จะใช้เวลาในการแลกเปลี่ยน “สิ่งใดที่มีน้อย สิ่งนั้นจะมีคุณค่า” ทำให้เวลาเป็นสิ่งมีค่า จนต้องแย่งชิงกัน ในลักษณะปลาใหญ่กินปลาใหญ่ ผู้มั่งมี (เวลา) ปกครองผู้ยากไร้ (เวลา) และได้สร้างระบบขึ้นมาเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย คล้ายกับตำรวจ ซึ่งในเรื่องเรียกว่า Timekeeper
In Time เรียกได้ว่า เดินเรื่องตามสูตรโดยแท้ พระเอกต้องการล้มล้างหรือพิชิตอะไรบางอย่าง นางเอกเป็นผู้ช่วย มีคู่กัดที่ตามล่าพระเอกไปทุกที รวมถึงภาพรวม การออกแบบในทุกสิ่งทุกอย่างของเรื่องที่หยิบจับภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน ทำให้ขณะชมอยู่รู้สึกถึงภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่อง แต่ที่โดดเด่นออกมาเลยก็คือภาพยนตร์ The Matrix

ที่มาที่ไปของวิลไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร ปูไว้เพียงบาง ๆ และรีบเข้าประเด็นที่อยากเล่าในทันที ทำให้ดูเหมือนว่าวิลรู้ว่าเขาต้องทำอะไรอยู่คนเดียว ทำให้ผู้ชมไม่รู้ถึงมูลเหตุจูงใจของการกระทำ ว่าทำไปเพื่ออะไรกันแน่? จากจุดเริ่มต้นที่ดูเหมือนจะเป็นการแก้แค้นกับกลายเป็นเพื่ออุดมการณ์ในภายหลังซะงั้น!
และในเรื่องยังมีการกล่าวถึงพ่อของวิลที่น่าจะเป็นบุคคลสำคัญระดับตำนานในอดีต เนื่องจากใคร ๆ ก็รู้จักพ่อของเขา แต่ก็เท่านั้น! ไม่ได้ใช้สิ่งที่สร้างไว้อย่างเต็มที่ ไม่บอกว่าเขาคือใคร ทำให้รู้สึกว่ามีเรื่องพ่อขึ้นมาเพื่ออะไร? หรือเพื่อให้การกระทำของวิลดูมีเหตุมีผล แต่ผลที่ได้ไม่เป็นเช่นนั้น กลับกลายเป็นสร้างปมต่าง ๆ ให้มีมากขึ้นโดยไม่จำเป็น ด้วยเหตุนี้ทำให้เราไม่ลุ้นไปกับการกระทำของวิลเท่าไหร่แต่ส่วนดีคือการแสดงของ Justin Timberlake ที่ดูเหมาะกับบุคลิกของพระเอกที่เจ้าเหล่และอันตราย
มุมมองทางปรัชญาในเรื่องของ คุณค่าของ “เวลา” ที่ให้ความหมายไม่ต่างกับเงินตราที่สามารถใช้ซื้อหาสิ่งที่ต้องการได้ ซึ่งก็มีให้จับต้องอยู่บ้าง แต่ก็มีในปริมาณที่น้อย ทั้ง ๆ ที่ In Time วางตัวเองมาทางนี้ สามารถขยี้ประเด็นนี้ให้หนัก ๆ ได้ แต่ก็หาทำไม่ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่สุดท้ายก็ต้องพึ่งพาฉาก Action ไล่ล่าเพื่อเอาตัวรอดอยู่ดี
และการที่คนเราถูกควบคุมให้มีอายุไม่เกิน 25 ปี นั้นเริ่มต้นเมื่อไหร่? ใครเป็นผู้ริเริ่ม? เป้าหมายที่ทำเช่นนี้เพื่ออะไร? และการฝังชุดตัวเลขลงไปนั้นมีวิธีการอย่างไรหรือเกิดตั้งแต่ขั้นตอนการปฏิสนธิของคนเลย ทำให้ตลอดการชมเต็มไปด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจของผู้กำกับแอนดรูว์หรือเปล่า เนื่องจากสามารถนำจุดนี้ไปสร้างภาค 2 ได้เลย (ถ้ามี)

จุดที่น่าตำหนิที่มีให้เห็นอยู่เกือบทั้งเรื่อง คือความไม่สมเหตุสมผล ตัวอย่างเช่น “ธนาคารเวลา” ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย!! เป็นไปได้อย่างไร? ในโลกที่เวลาคือสิ่งที่ “มีค่า” สูงสุดที่ทุกคนต้องการ และในเมื่อเวลาคือชีวิต เหตุใด? เมื่อตัวละครได้เวลามากลับไม่เติมให้กับตัวเอง ก็เข้าใจว่าเป็นอุดมการณ์ที่ต้องการทำให้สำเร็จ แต่สุดท้ายกลับทำให้ตัวเองลำบากจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
เดิมทีผมมองว่า In Time คือ ภาพยนตร์แนว Action Sci-Fi แต่เมื่อชมจบผมกลับรู้สึกว่าเป็นภาพยนตร์ที่เป็นภาพสะท้อนโลกระบบทุนนิยมและการแบ่งแยกชนชั้น (Time Zone) ที่เราอยู่ได้เป็นดี และนั่นคือสิ่งที่ผมชอบที่สุดในเรื่องนี้
In Time เป็นภาพยนตร์ Action ชมเพลิน ๆ ก็พอได้ หรือจะดูเอามุมมอง ปรัชญาชีวิตก็พอมี แต่ไม่ต้องตั้งความหวังสูงนัก แม้หน้าตาของภาพยนตร์จะทำให้เราคิดเช่นนั้นก็ตาม และพยายามมองข้ามจุดบกพร่องบางส่วนไป ก็จะเป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่พอใช้ได้ครับ
ค้นหา
กิจกรรมที่กำลังจะมีขึ้น
| ....................................................... 20 พ.ค. 2012 - 20 พ.ค. 2012 รวมพลเพื่อนเสม "กลับทุกข์ กลับสุข" |
| ....................................................... 10 มิ.ย. 2012 - 10 มิ.ย. 2012 ฟังด้วยหัวใจ |
| ....................................................... 22 มิ.ย. 2012 - 24 มิ.ย. 2012 เผชิญความตายอย่างสงบ |
| ....................................................... 13 ก.ค. 2012 - 15 ก.ค. 2012 ซาเทียร์ : แปรเปลี่ยนและเติบโตสู่ความมั่นคงภายใน |
| ....................................................... 27 ก.ค. 2012 - 29 ก.ค. 2012 ฝึกทักษะการจับประเด็น ขั้นต้น |
| ....................................................... 18 ส.ค. 2012 - 19 ส.ค. 2012 การสื่อสารอย่างสันติ ขั้นต้น |
| ....................................................... 25 ส.ค. 2012 - 25 ส.ค. 2012 รวมพลเพื่อนเสม "รวมพลคนจับประเด็น" |
| ....................................................... 01 ก.ย. 2012 - 02 ก.ย. 2012 ง่ายงามในความธรรมดา : เส้นทางแห่งการฝึกตนของคนธรรมดา |
| ....................................................... 28 ก.ย. 2012 - 30 ก.ย. 2012 เผชิญความตายอย่างสงบ |
| ....................................................... 12 ต.ค. 2012 - 14 ต.ค. 2012 งาน พลังกลุ่ม และความสุข |
| ....................................................... 26 ต.ค. 2012 - 28 ต.ค. 2012 ซาเทียร์ : แปรเปลี่ยนและเติบโตสู่ความมั่นคงภายใน |
| ....................................................... 10 พ.ย. 2012 - 11 พ.ย. 2012 การสื่อสารอย่างสันติ ขั้นต้น |

















